กมธ.ยกร่างรธน. วาง 5 กรอบรับคำแก้ไขรธน. ย้ำชัดแก้ไขมาตราใดต้องมีแบบเดียว-มีเหตุผลประกอบ หากทำผิดแนวทางไม่รับไว้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกมธ.นั้นมีมติต่อแนวทางการยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะยื่นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 25 พ.ค. นี้ คือ 1.การยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญให้ยื่นต่อเลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยตรงที่ห้องประชุมหมายเลข3201, 2. กรณีสปช. ขอถอนชื่อออกจากการเป็นผู้ร่วมเสนอคำขอแก้ไขหรือจากการเป็นผู้รับรองสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะมีการลงเลขรับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้น และต้องดำเนินการหาผู้รับรองจำนวนให้ครบตามที่มาตรา36 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้ หากมีผู้รับรองไม่ครบให้ถือว่าคำขอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นตกเป็น ส่วนกรณีที่สปช.จะขอถอนชื่อออกจากเป็นผู้ร่วมเสนอคำขอหรือเป็นผู้รับรองหลังจากที่มีการลงเลขรับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาก่อนที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะสั่งบรรจุคำขอแก้ไขเพิ่มเติมในวาระประชุม จะไม่อนุญาตให้ดำเนินการ เพราะจะกระทบสิทธิของสปช. คนอื่นๆ ที่รับรองคำขอไปแล้ว
3. สปช. ฐานะผู้ร่วมเสนอคำขอแก้ไข หรือผู้รับรองบางส่วนสามารถแก้ไขคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้ ต่อฝ่ายเลขานุการกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งนี้การแก้ไขดังกล่าวต้องมีผู้ร่วมกันเสนอและผู้รับรองเป็นบุคคลเดิมและมีจำนวนผู้ลงชื่อเท่าเดิมตามคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่ยื่นไว้แล้ว, 4.ในกรณีที่คำขอแก้ไขเพิ่มเติมเดียวกันและมาตราเดียวกัน มีการยื่นแก้ไข 2 แบบขึ้นไป จะไม่รับไว้พิจารณา เพราะถือว่าการขอแก้ไขเพิ่มเติมมานั้นไม่มีความสมบูรณ์ ดังนั้นในหนึ่งคำขอแก้ไขเพิ่มเติมและในหนึ่งมาตรานั้นต้องแสดงการแก้ไขเพิ่มเติมในแบบเดียวเท่านั้น
5. คำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปในแบบฟอร์มที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนด คือ ในมาตราที่ขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้องแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นชัดว่าส่วนใดที่ต้องการตัดออกและส่วนใดที่ต้องการเพิ่มเติมเข้ามา พร้อมกับแสดงเหตุผลถึงการตัดออกและเพิ่มเติมนั้นด้วย ซึ่งหากคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามแบบจะถือว่าคำขอไม่สมบูรณ์และไม่รับไว้พิจารณา





