วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพื่อไทย หนุนทำประชามติร่างรธน. เสนอรธน.ปี40ประกบ

เพื่อไทย หนุนทำประชามติร่างรธน. พร้อมเสนอ รธน. 2540 ประกบ อัดรธน.ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ไว้วางใจประชาชน ออกแบบให้กลไกบริหารอ่อนแอ

ผู้สื่อข่าวรายวานว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำหนังสือรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  ตามที่คณะกรรมาธิการยกร่ารัฐธรรมนูญ ได้ขอมา โดย ข้อเสนอแนะต่อรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยมี 15 ข้อ ประกอบด้วย

1. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ทั้งทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ใช่เป็นของบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ 

2. “ควรมีการทำประชามมติรัฐธรรมนูญ” รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกติกาสูงสุดในการปกครองประเทศ จะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทั้งกระบวนการยกร่างและการให้ความเห็นชอบด้วยการออกเสียงประชามติ ที่สำคัญ เพื่อเคารพหลักการ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย”คนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศ จึงควรเป็นผู้ตัดสินใจเลือกและยอมรับกติกาที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม และหากประชาชนไม่ผ่านความเห็นชอบ ก็ควรมีการนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาปรับใช้ทันที และเปิดให้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในระหว่างที่นำร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มาใช้ 

3. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องยึดหลักการประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงกำหนดแนวทางในการอยู่ร่วมกันของประชาชนชาวไทยที่เป็นธรรมและยั่งยืน วางกลไกบริหารจัดการประเทศที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ภายใต้หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล สร้างดุลและระบบตรวจสอบที่เหมาะสมต่อทุกองค์กรที่ใช้อำนาจดังกล่าวโดยประชาชนมีส่วนร่วม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน สร้างความยุติธรรมและความปรองดองสมานฉันท์ที่เป็นรูปธรรม มีแนวทางการปฏิรูปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปดำเนินการได้โดยคล่องตัว สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศเพื่อให้เกิดสันติสุขและเกิดการพัฒนาได้ทัดเทียมนานาอารยประเทศและไม่สืบทอดอำนาจของกลุ่มที่ไม่ปรารถนาประชาธิปไตย 

4. สมาชิกพรรคเพื่อไทยเห็นว่า ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นปัญหาของบุคคลที่อยู่ในองค์กรต่างๆ ที่ไม่เคารพกติกา และไม่เคารพในหลักการประชาธิปไตย 

5. ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น มีลักษณะไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจประชาชนและยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน 

6. ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น ออกแบบให้ฝ่ายบริหารเป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ วางกลไกการบริหารจัดการประเทศที่รังแต่นำไปสู่ความล้มเหลวและความขัดแย้ง ไม่สามารถบริหารประเทศ ไม่สามารถแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ขาดความน่าเชื่อถือในเวทีการเจรจาระหว่างประเทศ 

7. รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมุ่งสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สร้างโอกาสให้ประชาชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และไม่สร้างเงื่อนไขอันจะนำไปสู่ความขัดแย้งขึ้นใหม่

8. รัฐธรรมนูญที่ดี ต้องไม่มีวาระซ่อนเร้น เพื่อมุ่งสืบทอดอำนาจของบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจัดทำขึ้นกลับมีลักษณะที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมเข้าใจว่า เป็นการขยายอำนาจและมุ่งสืบทอดอำนาจต่อไปอย่างมาก โดยการสถาปนาองค์กรใหม่ๆ ขึ้น เพื่อให้สมาชิกของกลุ่มตนเข้ามาทำงานและขยายบทบาทในภายหลังที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว

9. หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ต้องกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกตั้งผู้แทนโดยตรง และผู้นำฝ่ายบริหารต้องมาจากตัวแทนที่ประชาชนเลือกเท่านั้น “การเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งที่สังคมไทยคุ้นเคย เข้าใจดีและไม่มีปัญหา” มีแต่จะยิ่งสร้างความยุ่งยากและทำให้การเลือกตั้งเพื่อให้ได้ผู้แทนของประชาชนมีปัญหาและไร้ประสิทธิภาพ 

10. การกำหนดให้มีกลุ่มการเมืองควบคู่ไปกับพรรคการเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง เป็นเจตนาที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะหยุดยั้งและลดทอนพัฒนาการของระบบพรรคการเมือง เพื่อมุ่งให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย 

11. รัฐธรรมนูญต้องเปิดโอกาสให้บุคคลมีสิทธิรับเลือกตั้งได้อย่างกว้างขวาง ไม่สร้างข้อจำกัดที่ไร้เหตุผล เพียงเพื่อต้องการกำจัดคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองบางฝ่าย

ความพยายามตัดสิทธิพรรคการเมืองบางพรรค และนักการเมืองบางฝ่าย ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติไว้ เพื่อให้ขาดคุณสมบัติในการเลือกตั้ง จึงไม่ถูกต้อง 

12. ที่มาและอำนาจ ส.ว. ตามร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจัดทำขึ้นมีปัญหา เพราะ ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่กลับมีอำนาจเหนือองค์กรใดๆ สามารถเห็นชอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้ เสนอพระราชบัญญัติได้ ให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อแต่งตั้งรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีได้ก่อนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ 

13. การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งเป็นการไม่ยึดโยงกับอำนาจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และเป็นการลบล้างการต่อสู้ของประชาชนและการตกผลึกของประชาธิปไตย 

14. ต้องมีระบบและกลไกในการควบคุมการใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระต่างๆ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและชอบธรรม เพื่อป้องกันการตีความรัฐธรรมนูญในทางขยายอำนาจให้ตน และป้องกันการขยายอำนาจจนกลายเป็น “ซูเปอร์องค์กร” 

15. หลักการของรัฐธรรมนูญต้องอยู่บนพื้นฐานที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ไม่ควรกำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากเกินไป จนต้องใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญมาทำการฉีกรัฐธรรมนูญอีก 

สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสนอให้มีบทบัญญัติห้ามนิรโทษกรรมผู้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ เหมือนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2517 และให้บทบัญญัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ตอบสนองความคาดหวังแต่เน้นการสร้างวาทกรรมและองค์กรใหม่มากมาย ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ การทำงานมีความซ้ำซ้อน เป็นองค์กรครอบงำหรือสืบทอดอำนาจเพื่อควบคุมกำกับการบริหารราชการแผ่นดิน ฝ่ายบริหารถูกออกแบบให้อ่อนแอ ซึ่งจะมีผลทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้แทนที่จะสร้างความปรองดองและการปฏิรูป กลับจะนำไปสู่ความขัดแย้งยิ่งกว่าเดิม จึงควรทำประชามติเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ตรวจสอบและให้ความเห็นชอบยิ่งถ้ายังพยายามคงหลักการและกลไกของร่างรัฐธรรมนูญนี้ไว้ก็ยิ่งต้องทำประชามติ.”