วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจงคำพิพากษาคดีสาวซีวิค ศาลมุ่งแก้จำเลยเป็นเยาวชน

ผู้พิพากษาแจงคำพิพากษาคดีสาวซีวิค ระบุศาลมุ่งแก้ไขเพราะจำเลยเป็นเยาวชน

นายศรีอัมพร  ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตคดีสาวซีวิค ชนรถตู้ดับถึง 9 ศพบนโทลล์เวย์ เมื่อปี 53 ที่ศาลฎีกาไม่รับฎีกาของจำเลย เป็นผลให้คดีเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งรอลงอาญาโทษจำคุก แล้วสั่งคุมประพฤติ พร้อมกับให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์ รวมทั้งสั่งห้ามขับรถยนต์จนถึงอายุ 25 ปี ว่าเหมาะสมหรือไม่ทั้งที่มีผู้เสียชีวิตถึง 9 คน อีกทั้งยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบต่อทางญาติผู้ตาย ว่า เนื่องจากขณะเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยเป็นเยาวชนมีอายุเพียง 17 ปี   การลงโทษจำเลยที่กระทำความผิดจะแตกต่างจากคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป กล่าวคือ การลงโทษเยาวชน จะเน้นในเรื่องการแก้ไข เพื่อให้เยาวชนกลับเป็นคนดีกลับคืนสู่สังคม ไม่ใช่การลงโทษจำคุก   ซึ่งหลักนี้ใช้กันทั่วโลก   

“การที่ศาลในคดีนี้รอลงอาญา แล้วให้จำเลยไปบำเพ็ญประโยชน์  ถือว่าเป็นการแก้ไขอย่างหนึ่ง  ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน  ระบุไว้ว่า  ให้หลีกเลี่ยงการลงโทษจำคุกจำเลย ที่เป็นเด็กและเยาวชน การลงโทษจำคุกต้องเป็นทางเลือกสุดท้าย จำเป็นจริงๆถึงจะจำคุก อีกทั้งคดีนี้ก็เป็นการกระทำความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่า่ ข้อหาเจตนาทำให้คนอื่นถึงแก่ความตาย  อีกทั้งการเป็นเด็กและเยาวชนนั้นจะมีวุฒิภาวะต่ำกว่าคนที่บรรลุนิติภาวะในเรื่องที่ว่าอะไรที่ควรทำ หรือไม่ควรทำ ยกตัวอย่างคดีที่ผ่านมา จำเลยเป็นเยาวชนไปปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย ศาลก็ไม่ได้จำคุกจำเลย เพียงสั่งให้ส่งจำเลยเข้ารับการฝึกอบรม ในสถานฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเท่านั้น เพราะมุ่งเน้นในเรื่องการแก้ไข แต่ที่ให้จำคุกจำเลยที่เป็นเยาวชนก็มี แต่ต้องเป็นการกระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนศาลเห็นว่ายากที่จะแก้ไขได้แล้ว เช่น ฆ่าหรือข่มขืนซ้ำซาก ซึ่งหากลงโทษจำคุกจำเลยที่เป็นเยาวชนก็ต้องนำตัวไปควบคุมไว้ในเรือนจำปะปนกับผู้ใหญ่ แล้วก็ไปรับเอาสิ่งที่ไม่ดีมา ” นายศรีอัมพร กล่าว  

นายศรีอัมพร กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามเหตุในการที่เป็นเยาวชน ไม่มีผลต่อคดีทางแพ่ง คือ จำเลยที่เป็นเยาวชนต้องรับผิดชอบตามความเสียหายทางละเมิดอย่างเต็มที่ตามความร้ายแรงที่เกิดขึ้น