วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดแร่บลูสกาย7ตู้คอนเทนเนอร์ โยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

ดีเอสไอเข้ายึดแร่บลูสกาย 7 ตู้คอนเทนเนอร์ โยงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ผู้ดูแลอ้างลูกศิษย์ถวายทำวัตถุมงคล

ร.ต.อ.กลวิตร บุนนาค ผู้อำนวยการประจำสำนักปฏิบัติพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจากส่วนกลาง และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ นำหมายศาล เข้าตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าว เป็นของนางปทุมพร บุตรศรี ที่เปิดเป็นสำนักทรงเจ้า และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาคดียักยอกและฉ้อโกงเงินสหกรณ์ฯ และอาจจะมีการถ่ายโอนทรัพย์สินจำนวนมากมาไว้ที่นางปทุมพร ในช่วงระหว่างปี 2555-2556

ร.ต.อ.กลวิตร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ปปง.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจสอบเฉพาะตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ จำนวน 7 ตู้ ที่อยู่ในบริเวณบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายในตู้ พบแร่สายแร่ทองแดงที่มีชื่อว่าบลูสกาย หรือแร่จากฟากฟ้า จำนวนมาก โดยยังไม่สามารถตรวจสอบได้แน่ชัดว่ามีน้ำหนักหรือมีปริมาณเท่าไหร่ แต่มีมากกว่า 10 ตันอย่างแน่นอน

โดยแร่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นสีฟ้า มีส่วนผสมของแร่ทองแดง ซึ่งในอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะมีมูลค่ามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณแร่ทองแดงที่สามารถสกัดออกมาได้ ขณะที่หากนำไปแกะสลักเป็นวัตถุมงคลหรือเครื่องประดับก็จะมีมูลค่าในอีกแบบหนึ่ง โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เข้าเก็บตัวอย่างแร่ในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบแล้ว

เบื้องต้น พบว่า เป็นแร่ที่มีส่วนประกอบของทองแดง ร้อยละ 50 ในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่หากจะประเมินมูลค่าก็จะต้องประเมินจากแร่ทองแดงเมื่อถลุงออกมา แต่ในส่วนของมูลค่าทางวัตถุสวยงามจำพวกเครื่องประดับหินมีค่า หรือนำไปทำวัตถุอย่างรูปแกะสลัก องค์พระ หรือรูปบูชาก็จะต้องประเมินค่าจากความสวยงาม ซึ่งในตัวก้อนแร่ที่พบมีขนาดจั้งแต่ครึ่งเมตรไปจนถึงขนาดใหญ่กว่า 1 เมตร หากนำไปเจียรไน เป็นเครื่องประดับหรือองค์พระ จะมีความสวยงามมาก เนื่องจากมีสีออกน้ำเงิน มีเกร็ดทองแดงผสม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว อ้างว่าแร่ดังกล่าวนั้น เป็นของลูกศิษย์ที่นำมาถวายให้กับทางสำนักทรง เพื่อแกะสลักทำเป็นวัตถุมงคลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดไว้เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งในส่วนของที่มาว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายศุภชัยหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบที่มาตั้งแต่เส้นทางการนำเข้า ที่มาของแร่ ว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบมีความผิดก็จะมีการตรวจยึดเป็นของกลางทันที