"สุวิระ"นำกำลังตำรวจลุยค้นบ้านหรูคดียูฟัน หลังที่ 3 ของ"ณมนพรรณ์" พร้อมยึดบ้าน-ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ก่อนส่งมอบให้ป.ป.ง. ระบุพบเส้น
พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.ต.สุระ จันทร์แก้ว สว.ฝ่ายมาตรฐานและประกันคุณภาพ2 สำนักงานการศึกษาและประกันคุณภาพ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2558 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 133/22 หมู่บ้านราชพฤกษ์ ซอยรามอินทรา 14 ถ.รามอินทรา แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นบ้านที่น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต ผู้ต้องหาในคดีแชร์ลูกโซ่เครือข่ายบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ได้ซื้อไว้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2557 โดยใช้ชื่อนายวิทยา เทียนประเสริฐกิจ อดีตสามีเป็นเจ้าของบ้าน
ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีเนื้อที่ประมาณ 75 ตารางวา เจ้าหน้าที่ต้องให้ช่างกุญแจมางัดประตู โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงจะสามารถเข้าบ้านดังกล่าวได้ โดยมีนายสุกฤษณ์ ศิริเมธานนท์ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องและเป็นอดีตดาวน์ไลน์ของน.ส.ณมนพรรณ์ เป็นพยานนำตรวจค้น จากการตรวจสอบภายในบ้านพบ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตกแต่งอย่างหรูหรา รวมทั้งพบนาฬิกาหรูจำนวนหลายเรือน นอกจากนี้ ยังพบเอกสารธุรกรรมทางการเงิน และเอกสารการแนะนำธุรกิจให้มาร่วมลงทุนกับบริษัท รวมถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทยูฟัน อาทิ เสื้อ และน้ำดื่ม เป็นต้น
นายสุกฤษณ์ เปิดเผยว่า ตนเคยร่วมทำธุรกิจเครือฟันกับน.ส.ณมนพรรณ์ มาเป็นเวลากว่า 1 ปี และเมื่อมีการประชุมเลิกดึก ตนจะมานอนที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นประจำ โดยทรัพย์สินมีค่าของน.ส.ณมนพรรณ์ อาทิ นาฬิกาหรู กระเป๋าต่างๆนั้น ได้มาจากการใช้ยูโทเค่นแลกซื้อกับสมาชิกยูฟัน และตั้งแต่เกิดคดีดังกล่าว ก็ไม่เคยมีใครเข้ามาในบ้านหลังดังกล่าวอีกเลย
ขณะที่พ.ต.อ.อังกูร อธิบายว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเข้ายึดบ้านของน.ส.ณมนพรรณ์ ภายในหมู่บ้านคาซ่า รีเจนท์ ซอยรามอินทรา 14 ก่อนจะเข้าตรวจยึดอาคารพานิช 4 ชั้น 2 คูหา ย่านแจ้งวัฒนะที่ น.ส.ณมนพรรณ์ ใช้เปิดเป็นบริษัทยูฟัน (ไทยแลนด์) จำกัด โดยพ.ต.ต.สุระ ชุดสืบสวนคดีนี้ไม่เชื่อว่า น.ส.ณมนพรรณ์ จะมีบ้านพักเพียงหลังเดียว จึงขยายผลกระทั่งทราบว่า มีบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านหลังที่ 3 ของน.ส.ณมนพรรณ์ ซึ่งเป็นผู้ซื้อแต่ใส่ชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อของนายวิทยา (สามีเก่า) ซึ่งขณะนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่และยางรถยนต์ แต่ยังพบสัญลักษณ์ยูฟัน ติดที่ร้านดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดกับนายวิทยา แต่จะเชิญตัวมาสอบปากคำต่อไป
"เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่า มีทรัพย์สินของน.ส.ณมนพรรณ์ จำนวนมากที่ถูกกระจายไปยังญาติและคนรู้จัก เช่นรถเบนซ์จำนวน 2 คัน สีขาวและสีดำ รถโตโยต้าคันใหม่ ป้ายแดง 1คัน และรถเก่าอีก 2 คัน โดยอยากประชาสัมพันธ์ให้ใครก็ตาม ที่เก็บรักษาทรัพย์สินของน.สณมนพรรณ์ ไว้ให้รีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จะไม่ถือเป็นความผิด แต่หากเจ้าหน้าที่ทราบภายหลัง จะถูกดำเนินคดีตามพ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีโทษจำคุก 5-10 ปี อายุความ 15 ปี ทันที" พ.ต.อ.อังกูร ระบุ
ด้านพล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 10 ล้าน จากการตรวจสอบภายในบ้าน พบเก้าอี้นวดราคาแพง เครื่องประดับและนาฬิกาหรู โทรทัศน์ 3 เครื่องแบบใหม่ล่าสุดจอโค้ง ราคาเครื่องละเป็นแสนบาท จึงยึดไว้ทั้งหมด รวมมูลค่าบ้านและทรัพย์สินกว่า 12 ล้านบาท นำส่งให้ ปปง.ตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ ยังพบว่าน.ส.ณมนพรรณ์ มีการโอนเงินให้กับบริษัทยูฟันรวมทั้งหมด 177 ล้านบาท และยังพบว่ามีการโอนให้บัญชีบุคลอื่นอีกหลายครั้ง โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความแล้วกว่า 1,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ยึดทรัพย์รวมวันนี้แล้วกว่า 812 ล้านบาท ซึ่งอยากเรียกร้องเชิญชวนให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ มิฉะนั้น จะถูกตัดสิทธิ์ในการรับเงินเยียวยาตามกฎหมาย ขณะเดียวกันจะเร่งสรุปสำนวนส่งให้อัยการสั่งฟ้องภายในเดือน พ.ค. นี้ เพื่ออัยการจะได้ดำเนินการจัดทำเอกสารหลักฐานสำนวนต่างๆเพื่อประสานกับทางการมาเลเซียอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการประสานงานระหว่างตำรวจไทย กับตำรวจมาเลยนั้น มีการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ตลอด แต่ถ้าจะให้เป็นทางการตามที่อัครทูต ที่ปรึกษาเอกอัครทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย บอกไว้ หลังจากหารือกันเมื่อวาน(8 พ.ค.) ก็ต้องรอให้อัยการสั่งฟ้องคดีนี้เสียก่อน





