ศาลอนุญาตฝากขังครั้งแรก"โชติพัฒน์"แม่ทีมเครือข่าย ยูฟันฯ ลวงชาวบ้านร่วมลงทุน ขณะที่ตำรวจค้านประกันกลัวยุ่งพยานบุคคล-อุปสรรคขวางงานตำรวจ
ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก- พ.ต.อ.ธนัท แสงตันชัย พนักงานสอบสวน ปคบ.ควบคุมตัว นายโชติพัฒน์ วุฒิพันธุ์โภคินอายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ชักชวนการร่วมทำธุรกิจกับ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา คดีฉ้อโกงประชาชน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 พ.ค. นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 30 ปาก และผู้เสียหายจำนวนมาก รวมทั้งรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อพยานบุคคล และเป็นอุปสรรคต่อพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน
โดยคำร้องบรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า นายโชติพัฒน์ ผู้ต้องหากระทำการลักษณะเป็นแม่ทีม และเป็นผู้ชักชวนประชาชนทั่วไป ให้มาร่วมทำธุรกิจกับบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้บุคคลอื่นมาร่วมทำลงทุนธุรกิจกับบริษัท ยูฟันฯ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบรรยายตามโรงแรมต่างๆ โดยมีการขายบัตรเชิญพร้อมระบุชื่อ นายโชติพัฒน์ ผู้ต้องหาเป็นผู้บรรยาย และตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย ในเครือคายบริษัท ยูฟันฯ ซึ่งนายโชติพัฒน์ ผู้ต้องหาได้ออกมาเคลื่อนไหวลักษณะปลุกระดมให้ประชาชนออกมาต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยการโพสข้อความและรูปภาพในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น วันที่ 26 เม.ย.58 โพสข้อความและภาพลงเฟสบุ๊คเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบว่า บริษัท ยูฟันฯ ไม่ได้ทำการหลอกลวงผู้ใดตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอหมายจับผู้ต้องหารายนี้ซึ่งมีส่วนร่วมในการกระทำผิดด้วยที่ได้มีการกล่าวหาว่าร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4,5,12,15 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ค.58 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. ได้ร่วมกันจับกุม นายโชติพัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 857/2558 ลงวันที่ 2 พ.ค. 58และผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ขณะที่ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้





