วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกาศยธ. การสั่งปิดชั่วคราว 'สถานประกอบการ' เอี่ยวยาเสพติด

บังคับใช้พรุ่งนี้! เปิดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข สั่งปิดชั่วคราวหรือพักใช้ใบอนุญาต "สถานประกอบการ" เอี่ยวยาเสพติด ตามประกาศยธ.ฉบับใหม่

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (6พ.ค.) ประกาศกระทรวงยุติธรรม เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสั่งปิดชั่วคราวหรือการพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการที่มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสั่งปิดชั่วคราวหรือการพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการที่มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓ ตรี วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการสั่งปิดชั่วคราว หรือการพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการที่มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๔๓

ข้อ ๒ ในประกาศนี้
“สถานประกอบการ” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจใด ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. ๒๕๔๓) เรื่อง กําหนดประเภทสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ
“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศนี้

ข้อ ๓ ในกรณีที่เจ้าพนักงานตรวจพบว่ามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการใด ให้เจ้าพนักงานดังกล่าวจัดทําบันทึกรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาภายในห้าวันนับแต่วันที่ตรวจพบ เว้นแต่ในกรณีจําเป็นเร่งด่วน ให้เจ้าพนักงานจัดทําบันทึกรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาภายในสามวัน นับแต่วันที่ตรวจพบ

ข้อ ๔ เมื่อคณะอนุกรรมการได้รับบันทึกรายงานตามข้อ ๓ ว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ หากคณะอนุกรรมการโดยมติเสียงข้างมากเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ ให้คณะอนุกรรมการทํารายงานและความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาว่าควรมีคําสั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของสถานประกอบการนั้นหรือไม่

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการ ให้คณะอนุกรรมการเรียกเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือหลักฐานอื่นใดเพื่อประกอบการพิจารณาอีกก็ได้

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการได้ดําเนินการตามวรรคสองแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ให้คณะอนุกรรมการรายงานพร้อมความเห็นต่อเลขาธิการ ในการนี้ ถ้าเลขาธิการไม่เห็นด้วยกับคณะอนุกรรมการดังกล่าวแล้วให้เลขาธิการทํารายงานและความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาก็ได้

ข้อ ๕ เมื่อเลขาธิการได้รับรายงานและความเห็นตามข้อ ๓ หรือคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นตามข้อ ๔ แล้ว ให้คณะกรรมการหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี มีหนังสือเรียกให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการมาชี้แจงหรือพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่กรณีโดยให้ส่งหนังสือดังกล่าวแก่เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการเป็นระยะเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ทั้งนี้ เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการอาจมอบหมายเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นมาชี้แจงหรือพิสูจน์แทนก็ได้ การชี้แจงหรือพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําเป็นการลับเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อสถานประกอบการหรือบุคคลภายนอก

ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าควรสั่งปิดชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ให้คณะกรรมการหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี ทําคําสั่งเป็นหนังสือ และแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการนั้นทราบโดยเร็วในการแจ้งคําสั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการของคณะกรรมการ หรือเลขาธิการตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานอนุกรรมการหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี เป็นผู้แจ้งคําสั่งสําหรับสถานประกอบการที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัดนั้น แล้วแต่กรณี

ข้อ ๗ ในการแจ้งคําสั่งปิดชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการแก่เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการตามข้อ ๖ วรรคสอง ให้ส่งหรือมอบแก่เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการและให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อรับทราบคําสั่งนั้นหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้ เพราะเหตุที่ไม่พบเจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการหรือบุคคลดังกล่าวไม่ยอมรับคําสั่ง ให้ปิดคําสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการ โดยให้เจ้าพนักงานพร้อมด้วยพยานอย่างน้อยสองคนปิดคําสั่งต่อหน้า
เจ้าพนักงานตํารวจท้องที่ที่สถานประกอบการนั้นตั้งอยู่และให้ทําบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ในการนี้ให้ถือว่าเจ้าของ
หรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการได้ทราบคําสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคําสั่ง


ข้อ ๘ ให้เลขาธิการแจ้งให้หน่วยงานที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของสถานประกอบการตามกฎหมายอื่นทราบภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี มีคําสั่งให้ปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการเมื่อหน่วยงานที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของสถานประกอบการตามกฎหมายอื่นได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานนั้นติดตามและตรวจสอบว่าเจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการได้ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการหรือเลขาธิการหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามให้หน่วยงานดังกล่าวแจ้งให้คณะกรรมการหรือเลขาธิการแล้วแต่กรณีทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม