วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งล่าสไนเปอร์มือยิง'ทิวะพันธุ์ เปาอินทร์'

ตำรวจเร่งล่าสไนเปอร์มือยิง "ทิวะพันธุ์ เปาอินทร์" ตั้งปมสังหาร 3 ประเด็น ทั้งขัดแย้งธุรกิจ-ทวงเงินจำนำรถ 10 ล้าน-ปมทะเลาะเจ้าของโรงแรมภูเก็ต

พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมือง จ.นนทบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้ปืนยาวติดลำกล้อง ยิง นายทิวะพันธุ์ เปาอินทร์ อายุ 31 ปี บุตรชายของ พ.ต.อ.อนันต์ เปาอินทร์ อายุ 74 ปี อดีตนายตำรวจ และเป็นหลานชาย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขณะกำลังอุ้มลูกสาววัย 2 ขวบ เดินออกไปส่งเพื่อนบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 258/20 ซอยงามวงศ์วาน 9 แยก 5 ถนนงามวงศ์วาน ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลนนทเวช เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้แบ่งงานการสืบสวนสอบสวนออกเป็น 2 กลุ่มก็มีความคืบหน้าตามลำดับ ทางเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอย่างอื่นได้มาก ขอเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

ส่วนที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2.บก.ป. พร้อมด้วยชุดสืบสวนกก.2.บก.ป. ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว พร้อมกับประสานข้อมูลกับทางฝ่ายสืบสวน สภ. เมืองนนทบุรี และฝ่ายสืบสวนจังหวัดนนทบุรี เพื่อนำไปสู่การติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนในประเด็นต่างๆว่าผู้ตายมีความขัดแย้งกับใครบ้าง ที่น่าจะเป็นมูลเหตุในการสังหารครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งธุรกิจรถนำเข้า หรือเกย์มาร์เก็ตที่ผู้ตายประกอบธุรกิจอยู่ รวมทั้งความขัดแย้งเรื่องเงินจำนวน 10 ล้านบาท ที่ปรากฏชื่อ “ตั้ม นครปฐม” และ”เสธ น.” ซึ่งขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบความเชื่อมโยงแล้ว

รายงานฝ่ายสืบสวนเผยว่า ภายหลังการประชุมคลี่คลายคดีนั้น ชุดสืบสวนได้มีการพุ่งปมสังหาร รวมทั้งความขัดแย้งของผู้ตายออกเป็น 3-4 ประเด็น อาทิ เรื่องความขัดแย้งธุรกิจที่ผู้ตายทำและถูกลูกน้องเก่าอย่าง “ตั้ม นครปฐม” ยักยอกเงิน และ “เสธ น.” เข้าไปมีส่วนร่วม จนเกิดความขัดแย้ง, เรื่องความขัดแย้งธุรกิจรถนำเข้า หรือเกรย์มาร์เก็ต ที่ผู้ตายประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างมีฐานะและอยู่ในแวดวงไฮโซ โดยก่อนหน้านี้ได้มีลูกค้ารายหนึ่งที่นำรถมาฝากขายไว้ในราคาเกือบ 10 ล้านบาท และไม่มาไถ่ถอนจนผู้ตายต้องไปทวงเงินคืน

รวมทั้งเรื่องที่ผู้ตายเคยมีเรื่องกับเจ้าของโรงแรมใน จ.ภูเก็ต คนหนึ่ง ถึงขั้นมีการชักปืนข่มขู่กันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน กทม. เมื่อหลายเดือนก่อน แต่ทั้งนี้เรื่องความขัดแย้งกับนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมนั้น ทีมสืบสวนให้เป็นประเด็นรอง เนื่องจากหลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายได้ให้ผู้ใหญ่มาพูดคุยเจรจาเคลียร์ปัญหากันแล้ว แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นต่างๆ หากพบว่าเป็นสาเหตุในการสังหารโหดครั้งนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร ผกก.2 บก.ป.เปิดเผยว่า พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ได้มอบหมายสั่งการให้ชุดสืบสวน บก.ป.ทำงานร่วมกันกับท้องที่ โดยแบ่งงานกันทำ ในเบื้องต้นให้แสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระสุนที่คนร้ายใช้เป็นขนาดอะไร มูลเหตุที่นำไปสู่การสังหาร รวมทั้งเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นมืออาชีพที่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน เนื่องจากระยะการยิง รวมถึงบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นที่มีแสงสว่างน้อย แต่คนร้ายยังสามารถยิงถูกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และคาดว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน โดยมีชุดคุ้มกันมือปืนด้วย