“เพื่อไทย” หนุน ใช้ม.46 เป็นทางออกทำประชามติ แจงใช้ม.44 ไม่ได้ เหตุเป็นประกาศคำสั่งที่ต่ำกว่ารธน.
นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ได้มีหลายภาคส่วนเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ประกาศให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ตนเห็นด้วยที่จะให้มีการทำประชามติ แต่เห็นว่า มาตรา 44 เป็นการให้อำนาจหัวหน้าคสช. ออกประกาศหรือคำสั่ง หรือกระทำการใด เพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูป และให้ถือว่าประกาศหรือคำสั่งหรือการกระทำนั้น ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่เนื่องจากประกาศหรือคำสั่งหรือการกระทำนั้น มีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ
“ด้วยเหตุนี้เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ได้กำหนดเรื่องการทำประชามติไว้ หัวหน้าคสช. จะออกคำสั่งหรือประกาศให้มีการทำประชามติจึงน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทางออกของการทำประชามติคือการใช้มาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดำเนินการโดยครม. และคสช. มีมติร่วมกัน ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แล้วส่งให้สนช. พิจารณา ซึ่ง สนช. จะต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่มาก” นายชูศักดิ์ กล่าว
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการทำประชามติจริง ก็ควรที่จะกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องคะแนนเสียงประชามติให้ชัดเจนว่าต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนประชาชนที่มาออกเสียงประชามติ และต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าหากประชามติไม่ผ่านควรนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งและคืนอำนาจให้ประชาชนต่อไป เนื่องจากถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมในขบวนการยกร่างมากที่สุด และมีความเป็นประชาธิปไตยสูง ส่วนจะแก้ไขต่อไปอย่างไรก็ให้เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ควรย้อนกลับมาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่เพราะจะเสียเวลาและโอกาสของประเทศไปเปล่าๆ


