วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'ไฟเขียวรองปลัดฯลงพื้นที่ตรวจสอบคีรีมายา

"พล.อ.ไพบูลย์"ไฟเขียวรองปลัดยธ.นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบคีรีมายา พบที่ดินกว่า 600 ไร่ ออกทับเขตส.ป.ก.ส่วนอีกกว่า 700 ไร่ อยู่ในเขตนิคมลำตะคอง

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลอาชญากรรมพิเศษเปิดเผยว่า ได้รายงานให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับทราบถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับที่มาของเอกสารสิทธิ์ที่ดินในโครงการคีรีมายา รีสอร์ท อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งผู้ครอบครองอ้างว่าซื้อที่ดินมาจากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีจำนวน36แปลง เนื้อที่763ไร่ โดยในวันพรุ่งนี้ (28เม.ย.) ตนจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบวัดพิกัดที่ดินพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ทั้งนี้พล.อ.ไพบูลย์กำชับให้กระทรวงยุติธรรมบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหากมีการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ดุษฎี ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนข้อเท็จจริงในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ป่าเขาใหญ่ โดยเริ่มต้นตรวจสอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในส่วนของกรมที่ดินและสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งร่วมมือกันการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในที่ดินหลายแปลงใน ต.หนองเชื่อม และต.หมูสี อ.ปากช่องโดยนำเอกสารสค.1มาออกเป็นน.ส.3ก.และเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน เพื่อจัดสรรขายในราคาไร่ละกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ข้าราชการกลุ่มดังกล่าวยังมีพฤติการณ์ร่วมกันเดินสำรวจเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทับเขตส.ป.ก.อีกด้วย ปัจจุบันที่ดินในอ.ปากช่อง ถูกขายเปลี่ยนมือไปให้กับข้าราชการระดับสูง นักการเมือง นักธุรกิจ กลุ่มทุนการเมือง และบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก  

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับการตรวจสอบที่ดินคีรีมายาจะเป็นการยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติเล่นงานกลุ่มทุนการเมืองฝ่ายตรงข้ามจากการเข้าไปตรวจสอบสนามแข่งรถโบนันซ่าเนื่องจากเจ้าของกิจการคีรีมายา รีสอร์ท เป็นผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกปปส.เบื้องต้นพบว่าคีรีมายามีเนื้อที่ทั้งหมด1,696ไร่ เป็นที่ดินจากการซื้อผ่านการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี763ไร่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีที่ตั้งอยู่ภายในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ผู้ถือครองจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของการนิคมฯ คือห้ามนำไปใช้ประโยชน์อื่นนอกเหนือจากทำเกษตรเพื่อการยังชีพ ดังนั้นการก่อสร้างรีสอร์ทและสนามกอล์ฟจึงไม่สามารถกระทำได้ ส่วนที่ดินอีกกว่า600ไร่ของคีรีมายานั้น ตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ที่ออกโฉนดรุกล้ำเข้ามาในเขตส.ป.ก.