วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสรี'ติง'เทียนฉาย' เร่งปิดประชุมสปช.ถกร่างรธน.

"เสรี" ติง"เทียนฉาย" เร่งรัดปิดประชุมสปช. พิจารณาร่างรธน.หวั่นกระทบงานในอนาคต

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวท้วงติงการทำหน้าที่ของนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช. ต่อประเด็นการตัดบทและเร่งรัดปิดประชุม สปช. ซึ่งพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอต่อที่ประชุมสปช. เมื่อวัที่26เม.ย. ทั้งที่ยังมีสปช. ยกมือขออภิปรายและซักถามต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าถือเป็นการตัดเอกสิทธิ์การทำหน้าที่ของสปช. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557มาตรา18และมาตรา31ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสปช. กำหนดไว้ นอกจากนั้นแล้วในการสั่งปิดประชุมทั้งที่ยังมีสปช.ขอใช้สิทธิ์อยู่นั้น อาจเกิดปัญหาได้ว่าสปช. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในเวลา10วัน ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557มาตรา36และมาตรา38กำหนดไว้ ส่วนตัวกังวลว่าหากดำเนินการไม่ระมัดระวังอาจจะมีผู้ที่นำประเด็นไปฟ้องร้องจนกระทบต่อการทำหน้าที่ของ สปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการพิจารณาและยกร่างรัฐธรรมนูญได้

นายเสรี ยังกล่าวถึงกระบวนการการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า ในการประชุมกมธ.วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) นัดหน้าตนจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงการเปิดประชุม สปช. เพื่ออภิปรายและพิจารณาในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไขตามข้อเสนอของสปช. และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนที่สปช.จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสมบูรณ์ โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องนำประเด็นมาหารือเพราะก่อนหน้านี้นายเทียนฉาย ได้ยืนยันเป็นเบื้องต้นกับตนว่าจะไม่มีการเปิดอภิปรายของสปช. ก่อนลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตนมองว่ายังมีเวลาเพียงพอที่จะให้สปช. ได้ใช้สิทธิพิจารณา

นายเสรี ยังกล่าวถึงประเด็นการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญในส่วนกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมด้วยว่า ขณะนี้สมาชิกที่ร่วมทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน20คนแล้ว โดยมีสปช.จากกมธ.ปฏิรูปการกีฬาเข้ามาร่วมด้วย เบื้องต้นสมาชิกมีความเห็นร่วมกันว่ามีเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเกินครึ่งที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการปรับแก้เพื่อให้บทบัญญัติมีความสั้น กระชับ อย่างไรก็ตาม ทางกมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ได้ตอบรับกับกมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สปช. เป็นประธาน ว่าจะร่วมทำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่วมกันส่วนประเด็นมาตราที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น ที่มาของส.ส. , ส.ว.นั้นเชื่อว่าจะมีการพิจารณาบนเหตุผล และหาวิธีประณีประนอมเพื่อให้คำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไปในทิศทางเดียวกันได้ แต่หากมีสมาชิกที่เห็นไม่ตรงกันและยังมีแนวทางที่แตกต่างอาจขอให้ถอนชื่อออกและไปรวมกลุ่มในการเสนอคำขอแก้ไขฯ ในกลุ่มอื่น

"ผมมองว่าการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องทำให้ครบทั้ง8คำขอแก้ไข เพราะอาจติดปัญหาเรื่องความเห็น ส่วนตัวมองว่าทำแค่2-3คำขอแก้ไขก็เพียงพอ เพื่อให้คำขอแก้ไขมีทิศทางเดียวกันและมีพลังต่อการพิจารณา ทั้งนี้ในการทำคำขอแก้ไข นอกจากจะส่งให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติพิจารณาร่วมด้วย" นายเสรี กล่าว