"เสรี" ติง"เทียนฉาย" เร่งรัดปิดประชุมสปช. พิจารณาร่างรธน.หวั่นกระทบงานในอนาคต
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวท้วงติงการทำหน้าที่ของนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช. ต่อประเด็นการตัดบทและเร่งรัดปิดประชุม สปช. ซึ่งพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอต่อที่ประชุมสปช. เมื่อวัที่26เม.ย. ทั้งที่ยังมีสปช. ยกมือขออภิปรายและซักถามต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าถือเป็นการตัดเอกสิทธิ์การทำหน้าที่ของสปช. ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557มาตรา18และมาตรา31ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของสปช. กำหนดไว้ นอกจากนั้นแล้วในการสั่งปิดประชุมทั้งที่ยังมีสปช.ขอใช้สิทธิ์อยู่นั้น อาจเกิดปัญหาได้ว่าสปช. พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในเวลา10วัน ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557มาตรา36และมาตรา38กำหนดไว้ ส่วนตัวกังวลว่าหากดำเนินการไม่ระมัดระวังอาจจะมีผู้ที่นำประเด็นไปฟ้องร้องจนกระทบต่อการทำหน้าที่ของ สปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการพิจารณาและยกร่างรัฐธรรมนูญได้
นายเสรี ยังกล่าวถึงกระบวนการการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญด้วยว่า ในการประชุมกมธ.วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) นัดหน้าตนจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาถึงการเปิดประชุม สปช. เพื่ออภิปรายและพิจารณาในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไขตามข้อเสนอของสปช. และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนที่สปช.จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสมบูรณ์ โดยเหตุผลสำคัญที่ต้องนำประเด็นมาหารือเพราะก่อนหน้านี้นายเทียนฉาย ได้ยืนยันเป็นเบื้องต้นกับตนว่าจะไม่มีการเปิดอภิปรายของสปช. ก่อนลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตนมองว่ายังมีเวลาเพียงพอที่จะให้สปช. ได้ใช้สิทธิพิจารณา
นายเสรี ยังกล่าวถึงประเด็นการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญในส่วนกมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมด้วยว่า ขณะนี้สมาชิกที่ร่วมทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน20คนแล้ว โดยมีสปช.จากกมธ.ปฏิรูปการกีฬาเข้ามาร่วมด้วย เบื้องต้นสมาชิกมีความเห็นร่วมกันว่ามีเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเกินครึ่งที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการปรับแก้เพื่อให้บทบัญญัติมีความสั้น กระชับ อย่างไรก็ตาม ทางกมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ได้ตอบรับกับกมธ.ปฏิรูปการเมือง ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สปช. เป็นประธาน ว่าจะร่วมทำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่วมกันส่วนประเด็นมาตราที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น ที่มาของส.ส. , ส.ว.นั้นเชื่อว่าจะมีการพิจารณาบนเหตุผล และหาวิธีประณีประนอมเพื่อให้คำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไปในทิศทางเดียวกันได้ แต่หากมีสมาชิกที่เห็นไม่ตรงกันและยังมีแนวทางที่แตกต่างอาจขอให้ถอนชื่อออกและไปรวมกลุ่มในการเสนอคำขอแก้ไขฯ ในกลุ่มอื่น
"ผมมองว่าการทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องทำให้ครบทั้ง8คำขอแก้ไข เพราะอาจติดปัญหาเรื่องความเห็น ส่วนตัวมองว่าทำแค่2-3คำขอแก้ไขก็เพียงพอ เพื่อให้คำขอแก้ไขมีทิศทางเดียวกันและมีพลังต่อการพิจารณา ทั้งนี้ในการทำคำขอแก้ไข นอกจากจะส่งให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติพิจารณาร่วมด้วย" นายเสรี กล่าว


