ศาลปกครองพร้อมจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลัง และการงบประมาณ เพื่อให้การตรวจเงินแผ่นดินของไทยดำเนินไปได้อย่างอิสระ และเป็นกลางสอดคล้องกับหลักสากล
นายไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น ประจำศาลปกครองสูงสุด โฆษกศาลปกครอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2558 ที่ผ่านมาว่า สำนักงานศาลปกครอง ได้จัดโครงการบรรยายทางวิชาการ เรื่อง วินัยการคลังและการงบประมาณ โดย ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และประธานกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง และ รศ.ดร. อรพิน ผลสุวรรณ์ สบายรูป อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญทางวินัยการคลังและงบประมาณ เป็นวิทยากร โดยเนื้อหาของการบรรยายครอบคลุมเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของการตรวจเงินแผ่นดินในประเทศฝรั่งเศส
ซึ่งได้มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ได้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวดของกฎหมายว่า ด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง ค.ศ. 1789 ให้ประชาชนมีสิทธิที่จะสอบถามการบริหารเงินแผ่นดินของฝ่ายปกครอง รวมทั้งการตรวจเงินแผ่นดินของประเทศฝรั่งเศสยึดถือตามปฏิญญาลิมาว่า ด้วยแนวปฏิบัติในการตรวจเงินแผ่นดิน (Lima Declaration of Guidelines on Auditing Precepts) มีการจัดตั้งศาลบัญชี ตลอดจนต่อมา ได้มีการพัฒนาให้ศาลมีอำนาจลงโทษในความผิด สำหรับวินัยงบประมาณและการคลัง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึง โครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ลักษณะคดีที่เข้ามาสู่ศาล รวมถึงองค์คณะที่พิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าว ในส่วนของระบบการตรวจเงินแผ่นดินของประเทศไทย วิทยากรได้กล่าวถึงกระบวนการตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และมีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ จนกระทั่งมีกฎหมาย 2542 ซึ่งได้มีการบัญญัติทั้งในส่วนสารบัญญัติ ที่เกี่ยวกับความผิดวินัยงบประมาณและการคลัง รวมถึงโทษในกรณีที่ฝ่าฝืน และในส่วนกฎหมายวิธีสบัญญัติที่เกี่ยวกับการสอบสวน การพิจารณาโทษ โทษทางวินัยงบประมาณและการคลังที่ลงโทษแก่ผู้กระทำการฝ่าฝืน ซึ่งมีลักษณะเป็นโทษปรับทางปกครอง
โดยโทษดังกล่าวแตกต่างจากโทษทางอาญา ทางวินัยและความรับผิดในทางละเมิด เช่น โทษปรับทางวินัยงบประมาณและการคลังอาจลงแก่ผู้กระทำความผิด โดยผู้กระทำจะกระทำโดยเจตนาหรือไม่ก็ได้ ซึ่งต่างจากโทษปรับทางอาญาที่ถือเจตนาเป็นองค์ประกอบสำคัญ หรือโทษปรับทางปกครอง ซึ่งอยู่ในลักษณะของการตัดเงินเดือน จะไม่ซ้ำซ้อนกับโทษตัดเงินเดือน ในทางวินัยเพราะถือหลักว่า ผู้กระทำความผิดในเหตุเดียวจะต้องไม่ถูกลงโทษ 2 ครั้ง โดยโทษปรับในความผิดทางวินัย และการคลัง ถือเป็นคำสั่งทางปกครองอย่างหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ วิทยากรทั้งสองท่าน จึงมีความเห็นว่า การจะทำให้การตรวจเงินแผ่นดินของไทยดำเนินไปได้อย่างอิสระ และเป็นกลางสอดคล้องกับหลักสากลดังกล่าว จะต้องมีองค์กรที่ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ของฝ่ายบริหารหรืออำนาจอื่นใด จึงนับเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่งที่กำหนดให้ มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการ รวมทั้งยังมีความเห็นด้วยว่า การจัดตั้งแผนกคดีวินัยการคลังและงบประมาณเป็นเรื่องใหม่ ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน เนื่องจากจะเป็นการส่งเสริมให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทางด้านงบประมาณและการคลัง ซึ่งจะช่วยในการวางหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีแก่ภาครัฐและสร้างวินัยทางงบประมาณ และการคลังที่ถูกต้องแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคมโดยรวม

