วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯปัดส่งคนนอกแทรกแซงศาล

"กมธ.ยกร่างฯ" ปัดส่งคนนอก แทรกแซงศาล "เสรี" ซัดเนื้อหารธน.ไม่ตรงข้อเสนอ "กมธ.ปฎิรูปกฎหมาย"

ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ได้เข้าสู่การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในภาค 3 นิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีนายบรรเจิด สิงคะเนติ กมธ.ยกร่างฯ ลุกขึ้นอภิปรายภาพรวมในหมวด 1 ศาล และกระบวนการยุติธรรมว่า ตามมาตรา 222 ว่าด้วยการวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลนั้น กมธ.ยกร่างฯต้องการให้ศาล ที่เป็นคู่กรณี เข้าร่วมวินิจฉัย ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ 3-5 ท่านช่วยชี้อยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการ ยืนยันว่าไม่ได้มีความมุ่งหมายให้เกิดการแทรกแซงทางของการเมือง แต่ต้องการให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้แสดงทัศนะ สำหรับมาตรา 226 ว่าด้วยการดำรงตำแหน่งและการเกษียณอายุราชการของผู้พิพากษาและตุลาการนั้น ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งวาระ คือ 4 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ในตำแหน่งมากจนเกินไป

 ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. อภิปรายว่า สาระสำคัญเกี่ยวกับปฏิรูปตำรวจ มาตรา 282 (8) บัญญัติ ให้การปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีความเป็นอิสระ แยกออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประเด็นนี้ ตนถูกต่อว่าจากหลายภาคส่วน ว่าเป็นข้อเสนอของ กมธ. ปฏิรูปกฎหมายฯ แต่ข้อเท็จจริง กมธ. ปฏิรูปกฎหมายฯ ส่งข้อเสนอ 2 แนวทาง คือ 1. แยกการสอบสวนให้เป็นอิสระจาก สตช. และ 2. ยังอยู่กับ สตช. แต่แยกเป็นแท่งต่างหาก ซึ่งในรายงานการประชุมของคณะกมธ.ยกร่างฯ ได้มีมติให้บัญญัติว่า ปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้เป็นอิสระเท่านั้น แต่ในร่างรัฐธรรมนูญกลับปรากฏถ้อยคำว่า “แยกออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เท่ากับว่าถ้อยคำที่เติมเข้าไปไม่ตรงกับมติของที่ประชุม และยังอ้างว่าได้บัญญัติไว้ตามข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ที่เสนอมา 7 ประเด็นนั้น ทั้งที่คณะกมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ เสนอไป 15 ประเด็น แต่เมื่อเกิดความไม่ชัดเจนขึ้น ตนในฐานะประธาน กมธ. ปฏิรูปกฎหมายฯ จึงได้หารือกับประธาน สปช. เพื่อเลื่อนประเด็นพิจารณารายงานปฏิรูปตำรวจออกไป จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 เม.ย.นี้