"ภูมิธรรม"ปัดที่ประชุมร่วมศปป.ให้เลื่อนวันเลือกตั้ง แจงเน้นหนักที่ร่างรธน.จะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต ด้าน"เลิศรัตน์"เชื่อ เดินตามโรดแม็ปคสช.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เดินทางไปร่วมหารือที่สโมสรทหารบกเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศดี เป็นกันเอง และเปิดให้ได้แสดงความเห็นกันเต็มที่ โดยสาระหลักที่คุยกันคือ ทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะอยากเห็นปัญหาของประเทศได้รับการร่วมมือกันแก้ไขโดยเร็ว
สิ่งที่เราค่อนข้างเห็นเหมือนกันคือ การปรองดองจะเกิดขึ้นกติกาของประเทศที่จะใช้ร่วมกันต้องเป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย การปฏิบัติตามกติกาที่กำหนดร่วมกันต้องยุติธรรมและเป็นข้อปฏิบัติที่ทุกฝ่ายต้องได้รับอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคภายใต้กติกาเดียวกัน และควรเปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ กว้างขวางและเห็นต่างกันได้ แต่ต้องไม่ชักนำ ยุยงให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อกัน
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าไม่มีทางที่คนทุกคนจะเห็นเหมือนกันหมดได้ แต่คนเห็นต่างกันต้องอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กติกาที่เห็นพ้องต้องกัน และเคารพความแตกต่างกัน รวมทั้งควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาชนควรได้ตัดสินใจโดยประชามติ ควรลดเงื่อนไขบาดหมางขัดแย้ง และหากเป็นไปได้ก็ควรแก้ปัญหาคนที่ยังได้รับผลสะเทือนจากความขัดแย้งให้ได้รับการประกัน ปลดปล่อยสู่อิสรภาพ และคืนความยุติธรรม ซึ่งความเห็นทั้งหมดท่านประธานในที่ประชุมก็รับไปเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาหาทางออกที่เหมาะสมต่อไป
"ส่วนเรื่องที่ว่าพรรคการเมืองทุกพรรคต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น น่าจะเป็นการสรุปที่ให้น้ำหนักสาระการคุยที่คลาดเคลื่อน ความจริงแล้วสิ่งที่พรรคการเมืองให้น้ำหนักคือรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างและพิจารณากันอยู่ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหามากและจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต อีกทั้งเราเห็นว่ายังมีเวลาที่จะแก้ไขปรับปรุง และประธานในที่ประชุมก็ได้เสนอให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างทำข้อสรุปเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อนำเสนอครม.หรือหัวหน้าคสช.เพื่อพิจารณาต่อไปด้วย”รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า หลายฝ่ายในที่ประชุมยังเห็นพ้องด้วยว่า เราต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ไม่สร้างปัญหา เคารพประชาชนและต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่านี้ เราต้องการการเลือกตั้งที่เร็วและมีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย เคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน และแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ซึ่งทั้งหมดเราไม่ได้คิดเพื่อตัวเราเอง ไม่ใช่ต้องการการเลือกตั้งเร็ว ๆ โดยไม่สนใจว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร จะสร้างปัญหาในอนาคตมากเพียงใด แต่เราอยากได้การเลือกตั้งโดยรัฐธรรมนูญที่ดีที่ทุกฝ่ายยอมรับ สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาของประเทศได้ และควรยึดถือโรดแมปที่วางไว้ ยืดหยุ่นอย่างสมเหตุผล ซึ่งเป็นการใช้โอกาสที่พบกันเสนอความเห็นอย่างสร้างสรรค์และจริงใจ เพื่อหวังคลี่คลายปัญหาของประเทศ และฝากให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาอย่างเหมาะสมต่อไป
"เลิศรัตน์"เชื่อ เดินตามโรดแม็ปคสช.
ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองยอมให้ขยายระยะเวลาการเลือกตั้งออกไป เพื่อแลกกับการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ ว่าการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่เป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ส่วนตัวยังเชื่อว่าน่าจะเดินไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นตนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการต่อรองของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองหรือไม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ถูกใจทุกฝ่ายเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น และรอรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายในวันที่23ก.ค.นี้ พร้อมย้ำว่าระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อความเป็นธรรมต่อระบบการเลือกตั้งซึ่งการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้สุดโต่ง หรือร่างขึ้นเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใด แต่ร่างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ
" วันที่1 - 6 มิ.ย.นี้กมธ.ยกร่างฯจะเชิญทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อาทิ คสช. สนช. พรรคการเมือง เข้าให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ แต่ไม่รวมถึงกลุ่มการเมือง เนื่องจากกรรมาธิการได้เปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นมาได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ประธานกมธ.ยกร่างฯ จะลงนามส่งรัฐธรรมนูญร่างแรกให้พรรคการเมืองทั้ง 74 พรรค ไปศึกษา และเสนอความคิดเห็นกลับมายังกมธ.ยกร่างฯ ภายใน 1 เดือน"พล.เลิศรัตน์ กล่าว
ปชป.ค้านเลื่อนเลือกตั้ง แนะศปป.จัดคุยเดือนละ 1-2 ครั้ง
นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปสปช.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแรกรัฐธรรมนูญของสปช.ว่า ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม การพิจารณาภาค 3 หลักนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง บทสุดท้าย และบทเฉพาะกาล โดยจะมีสมาชิกขออภิปรายจำนวนมากแค่ในภาค 4 เท่านั้น คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จได้ในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 21.00 น. ส่วนการแปรญัตติของสปช.มีเวลา 1 เดือน ซึ่งวิปสปช.จะคอยทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและดูว่าครอบคลุมการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่
ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองใหญ่เสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปภายหลังร่วมหารือกับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) นั้น ส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนนานออกไปไม่ได้ ชาติต้องกลับเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็วตามโรดแม็ปที่วางไว้นั่นคือ การเลือกตั้งจะมีขึ้นต้นปี หรือกลางปี 59 หากต้องมีการทำประชามติรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเลือกตั้งจะเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับสปิริตของพรรคการเมืองใหญ่และกลุ่มการเมืองด้วยว่า พร้อมจะอยู่ร่วมกันในสังคมภายใต้ความเห็นต่างได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม คิดว่าศปป.ควรกำหนดให้มีเวทีปรองดองสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พบกันเดือนละ 1 – 2 ครั้งอย่างชัดเจน แทนการใช้รถทหารเข้าไปเชิญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี ซึ่งจะทำให้ทุกกลุ่มได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธีด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้ทำประชามติ สปช.จะอาสาผลักดันหรือไม่ นายอลงกรณ์กล่าวว่า การประชุมแม่น้ำ 5 สายในเดือนพ.ค.ควรจะมีการหารือถึงแนวทางการทำประชามติ เพราะเวลาเหลือไม่มากแล้ว ส่วนใครจะเป็นผู้เสนอนั้นยังไม่ทราบ ทั้งนี้อำนาจการตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หากจะให้ทำก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ไม่ได้กำหนดไว้ ส่วนการทำประชามติก็ยังติดปัญหาว่าจะทำก่อนหรือหลังการลงมติของสปช. ซึ่งตนเห็นว่า หากจะให้มีการทำประชามติก็ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสปช.ทิ้งไป เพื่อไม่ให้อิหลักอิเหลื่อ ใช้มติมหาชนเพียงอย่างเดียวก็พอ


