"บวรศักดิ์"แจงภาค 1 พระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประชาชน เพราะในม.3 อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจทางรัฐสภา ครม.และศาล
ที่รัฐสภา นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงประเด็นมีสปช.ถามว่าทำไมในภาค 1 จึงเอาพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับประชาชน ว่า เพราะในมาตรา3 อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจนั้นในทางรัฐสภา ครม.และศาล จึงไม่น่าแปลกใจว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ความสำคัญกับประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย องค์พระผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานพระราชหัตถเลขา
ดังนั้น อยากให้สมาชิกดูในมาตรา 300 บทแรก การแก้รัฐธรรมนูญ แยกเป็นการแก้ 3 ประเภท 1 ในมาตรา 299 ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้ แปลว่าห้ามทำเด็ดขาด จะเป็นสาธารณรัฐไม่ได้ จะทำได้อย่างเดี่ยวคือฉีกรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 300 วรรคแรก ระบุว่าการจะแก้ไขต้องทำตามมาตรา 302 คือต้องให้พลเมืองทำประชามติด้วยเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป หากพลเมืองที่มาออกเสียงประชามติมีเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยก็ ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจัดลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่กมธ.ยกร่างฯ แก้ไขนั้น เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา 17 ปี เราเคยชินกับการให้ หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคเป็นใหญ่ เลือกคนโปรดเข้ามาเอง หรือบางทีก็เป็นผู้ใหญ่ของพรรคเป็นคนเลือก อย่างไรก็ได้อยู่แล้ว วันนี้พอกมธ.ยกร่างฯ ขอให้ประชาชนเป็นคนจัดลำดับเอง สมาชิกสปช. ถ้ามีหัวใจถึงอำนาจประชาชน ต้องดีใจ กับประชาชน และระบบนี้จะทำให้นักการเมืองต้องเดินไปหาประชาชนเอง ดังนั้นสมาชิกถ้ามีหัวใจเป็นธรรมต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ่งว่าจะให้พรรคการเมือง หรือประชาชนเป็นคนจัดลำดับ
"วันชัย"เสนอส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด
ด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้แก้ไขบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของวุฒิสภา โดยนำบทเรียนของการมีส.ว.ในอดีตมาพิจารณา ทั้งนี้ตนมองว่าหากกำหนดให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด จะเกิดปรากฎการณ์ของสภาทาส, หากให้ส.ว.มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด จะเกิดคำครหาว่าเป็นสภาตรายาง และหากให้มาจากการเลือกตั้ง และสรรหา อย่างละครึ่ง จะพบความล้มเหลว ขัดแย้งระหว่างส.ว.ทั้ง2ประเภท ดังนั้นวิธีใหม่ที่เสนอให้พิจารณา คือ 1.ให้มาจากการสรรหาทั้งหมดเพียงรูปแบบเดียว โดยปรับรูปแบบของกรรมการสรรหา วิธีการสรรหาใหม่ ให้มีความชัดเจน เปิดเผย และชี้แจงเหตุผลของการเลือกหรือไม่เลือก หรือ 2.ให้มาจากการเลือกตั้งตามสาขาอาชีพ อาทิ อาชีพครู, แพทย์, สาธารณสุข, รัฐศาสตร์, แรงงาน, เกษตรกร, อุตสากรรม, นักกฎหมาย เป็นต้น จำนวน 150 คน เพื่อลดครหาว่าไม่ยึดโยงกับประชาชน นอกจากนั้นขอให้ตัดอำนาจอำนาจส.ว. ถอดถอนบุคคล การเสนอร่างกฎหมาย หรือการพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรีออกด้วย ด้วยจากเหตุผลสำคัญคือ เมื่อส.ว.ไม่ได้เลือกบุคคลใดเข้ามาทำหน้าที่ไม่ควรมีอำนาจถอดถอนบุคคลนั้น รวมไปถึงนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
นายวันชัย กล่าวด้วยว่า ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่กำหนดให้สปช. จำนวน 60 คนเข้ามาทำหน้าที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทยและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เพราะจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีรอยตำหนิ และไม่ก่อให้เกิดการยอมรับ และอาจทำให้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปเสียของได้ ดังนั้นหากจะให้มีสภาขับเคลื่อนฯ ควรกำหนดรายละเอียด เช่นคุณสมบัติไว้ จะเหมาะสมกว่า แต่หากคุณสมบัติที่กำหนดตรงกับสปช.คนใดก็ให้สปช.รายนั้นได้รับสิทธิถูกคัดเลือก แต่ส่วนตนไม่ขอไปสมัคร เพราะอาย
"ผมเบื่อการรัฐประหารที่ทำให้ประเทศไทยไม่เดินหน้าแต่เข้าใจว่าที่เขาทำนั้นมีเหตุผล ดังนั้นก่อนการเลือกตั้ง คสช. ได้ทำความสงบและความปรองดองให้เกิดขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาสำคัญๆ ของประเทศที่ภาวะปกติไม่สามารถทำได้เช่น การทุจริต การบริหารราชการแผ่นดิน การปกครองท้องถิ่นแล้วหรือยัง ผมมองด้วยว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสปช. มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปประเทศ ดังนั้นควรกำหนดบทบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือในบทเฉพาะกาลด้วยว่าควรมีการแก้ไขปัญหาหรือทำการปฏิรูปให้แล้วเสร็จแบบสะเด็ดน้ำ ก่อนที่จะส่งอำนาจให้กับนักการเมือง ถ้าไม่เช่นนั้นร่างรัฐธรรมนูญให้ดีอย่างไร ก็กินไม่ได้"นายวันชัย กล่าว





