วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯหารือทวิภาคี 'ปธน.อินโดนิเซีย'ตั้งคณะทำงานด้านประมง

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ หารือทวิภาคี “ปธน.อินโดนิเซีย” เห็นพ้องตั้งคณะทำงานด้านประมง

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เวลา 08.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่ Jakarta Convention Center (JCC) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายโจโค วิโดโด (Mr. Joko Widodo) ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ในระหว่างการประชุมสุดยอดเอเชีย-แอฟริกา (Asian-African Leaders Summit) ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน 2558 เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ความร่วมมือกับอินโดนีเซีย ในการกำหนดวิสัยทัศน์ ความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและภูมิภาค

โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ร.อ. นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีกับอินโดนีเซียที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ฯ ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการก่อตั้งการประชุมเอเชีย-แอฟริกาในครั้งนี้ ไทยยืนยันที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซียในการพัฒนาความสัมพันธ์รอบด้านในฐานะที่อินโดนีเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 และไทยอันดับ 2 ของอาเซียน เพื่อประโยชน์ร่วมกันและของภูมิภาค นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุณอินโดนีเซียสำหรับการประสานงานและให้ความช่วยเหลือในการอพยพคนไทยออกจากเยเมนด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เห็นพ้องจัดตั้งคณะทำงาน Working Group ด้านการประมง อินโดนีเซียมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงกิจการทะเลและประมงอินโดนีเซีย ซึ่งคณะทำงานฝ่ายไทยจะประกอบด้วยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อประสานความร่วมมือนการแก้ไขปัญหาและวางแนวทางความร่วมมือในระยะยาวต่อกัน ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำต่างประเทศ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งการแก้ปัญหาภาคประมงไทยในลักษณะองค์รวม ทั้งประเด็นแรงงานผิดกฎหมาย การต่อต้านการทำประมงแบบ IUU และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านประมง และหวังว่าจะมีการลงนามกันโดยเร็ว        

การพัฒนาการทางการเมืองของไทยนั้น รัฐบาลไทยกำลังดำเนินตามขั้นตอนที่ 2 ของโรดแมป โดยขอให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป เพื่อความเข้มแข็งทางการเมืองและเศรษฐกิจ สำหรับ กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ เพื่อนำไปสู่การประกาศการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า สะท้อนให้เห็นการกลับมาเป็นประชาธิปไตของไทยอย่างยั่งยืน       

สำหรับการส่งเสริมความร่วมมือการค้าและการลงทุน นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ภาคเอกชนไทยมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย พร้อมที่จะขยายการลงทุนในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าอินโดนีเซียจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนอินโดนีเซียขยายการลงทุนในไทย เพื่อเพิ่มพูนปริมาณการลงทุนระหว่างสองประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ยังกล่าวเชิญชวนภาคเอกชนไทยเข้ามาลงทุนในลาขาต่างๆ อาทิ อาหารแปรรูป การท่องเที่ยว พลังงาน โดยมีศูนย์ One Stop Linciencing Service 

ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งไทยได้ขอให้อินโดนีเซียเร่งรัดจัดทำ MRA (Mutual Recognition Agreement) เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้การค้าระหว่างกันมีความคล่องตัว  

นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือพหุภาคีและภูมิภาคว่า ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับอินโดนีเซีย เพื่อเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เป็นภูมิภาคแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง