วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปวีณา'ช่วยแรงงานประมงชาวจีน-พม่า ถูกปล่อยทิ้ง

“ปวีณา” ช่วยแรงงานประมงชาวจีน-พม่า 12 ราย ถูกปล่อยทิ้งในเรือสินค้าลอยลำกลางเจ้าพระยา

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมนายราเชน หรั่งมะเริง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลกรุงเทพฯ ออกเดินทางจากท่าเรือคลองเตย มุ่งหน้าไปยัง เรือ ริเจีย 8 ( Li Jia 8 ) ซึ่งเป็นเรือส่งสินค้าขนาดกลาง ซึ่งจอดลอยลำอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ฝั่งวัดปริวาส ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. เพื่อนำน้ำดื่มและอาหารไปให้ความช่วยเหลือกับลูกเรือประมงจำนวน 12 คน หลังถูกทิ้งให้อยู่ในเรือดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายวัน โดยนายราเชน ได้ขอความช่วยเหลือจากประธานมูลนิธิปวีณาฯว่ามี กัปตันและลูกเรือ จำนวน 12 ราย ประกอบด้วยชาวจีน 7 คน และชาวเมียนมาร์อีก 5 คน ถูกปล่อยทิ้งอยู่บนเรือในสภาพอิดโรย ขาดอาหารและน้ำดื่ม ขณะเดียวกันเรือลำดังกล่าวใกล้จะหมดเชื้อเพลิง จึงขอให้เข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมด โดยให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมช่วยเหลือให้ได้รับเงินค่าจ้าง และพากลับบ้านเกิดตามภูมิลำเนาเดิมอย่างปลอดภัย

นายราเชน กล่าวว่า ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลกรุงเทพฯ ได้รับการร้องเรียนจากลูกเรือลำดังกล่าว เรื่องการไม่ได้รับเงินเดือน จึงเข้าไปตรวจสอบพร้อมกับสหภาพฯ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย พบว่าลูกเรือทั้งหมดติดอยู่ในเรือมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว เมื่อสอบถามได้ความว่า เจ้าของเรือเป็นชาวจีน ติดหนี้สินกับผู้ประกอบการเดินเรือด้วยกันหลายที่ และไม่ได้จ่ายค่าแรงให้กับลูกเรือมาหลายเดือน อีกทั้งเชื่อเพลิงกับเสบียงบนเรือใกล้จะหมดลง จึงต้องจอดเรือไว้ที่บริเวณดังกล่าว และไม่กล้าที่จะเคลื่อนย้ายไปไหน เนื่องจากเกรงกลัวอันตราย และเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมตัวดำเนินคดี โดยเบื้องต้นได้ขอน้ำดื่มและอาหารแห้งจากวัดปาริวาสไปให้การช่วยเหลือบางส่วน ก่อนจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากประธานมูลนิธิปวีณาฯ

ด้านนายปรีชา ชุมสาย ณ อยุธยา เอเจนซี่เรือ กล่าวว่า ตนเป็นคนประสานงานกับทาง ตม. ให้เรือบรรทุกปลาแช่แข็งลำดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย มายังท่าเรือกรุงเทพ โดยเข้ามาบริเวณท่าเรือกรุงเทพเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อลงสินค้าแต่หลังจากลงสินค้าเสร็จแล้วทางบริษัทในประเทศจีน ยังไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินเรือกลับ ทำให้เรือดังกล่าวไม่สามารถนำเรือออกจากบริเวณท่าเรือได้ นอกจากนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อเชื้อเพลิง ทำให้เรือลำดังกล่าวต้องลอยลำอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ โดยระหว่างที่เรือลำนี้ลอยลำอยู่จะต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตให้แรงงานและเรือสามารถอยู่ในน่านน้ำได้ ทุก 30 วัน ซึ่งตนเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วเป็นเงินประมาณ 2,000,000 บาท

จากการสอบถาม ลูกเรือรายหนึ่งบนเรือลำดังกล่าว เล่าว่า สภาพความเป็นอยู่บนเรือตอนนี้ขาดอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากลอยลำมานานกว่า 3 เดือน โดยตนและเรือลำดังกล่าวเดินเรือมาจากประเทศมาเลเซียเพื่อมาลงปลาแช่แข็งที่นี่ แต่หลังจากลงสินค้าเสร็จ เรือกลับไม่สามารถออกจากน่านน้ำได้เนื่องจากทางบริษัทยังไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินเรือให้ ทั้งนี้พวกตนไม่มีเงินเดือน มีเพียงสัญญาการจ้างงานให้มาทำงานกับเรือลำนี้เป็นระยะเวลา 10 เดือน หลังจากเสร็จงานพวกตนจึงจะได้ค่าจ้าง ซึ่งพวกตนอยากได้รับเงินค่าจ้างและอยากกลับบ้านเกิด

ขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า แรงงานเหล่านี้ถูกหลอกมาทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ต้องทำงานอยู่บนเรือเป็นเวลานาน ซ้ำยังมาถูกทิ้งโดยไม่ทราบชะตากรรม จึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยตนจะประสานกับรัฐบาล และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงต่างประเทศเพื่อให้ติดต่อกับสถานทูตจีน และพม่า ให้เข้ามาดูแลคนของตนเอง พร้อมทั้งจะประสาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือคนเหล่านี้ให้ได้กลับกลับประเทศอย่างปลอดภัย

เบื้องต้น หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อติดต่อสถานทูตจีน และพม่าให้เข้ามาดูแล พร้อมทั้งจะประสานงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือแรงงานเหล่านี้ให้ได้รับความเป็นธรรมโดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้แรงงานเหล่านี้ได้เดินทางกลับประเทศต่อไป