กมธ.ยกร่างรธน.ยันมาตรา207 ตั้งขรก.ระบบคุณธรรม ไม่ก่อให้เกิดรัฐราชการ ชี้รมต.-นรม.ยังมีอำนาจพิจารณา ขรก. ระดับสูง
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอต่อที่ประชุมสปช. วันที่สาม ในภาค2 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ใช้สิทธิชี้แจงต่อประเด็นที่สปช. ทักท้วงถึงการบัญญัติมาตรา 207 ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการพลเมืองต้องใช้ระบบคุณธรรม และกำหนดให้มีคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม ว่าจะก่อให้เกิดความเป็นรัฐราชการ เพราะการพิจารณาย้าย โอน หรือเลื่อนตำแหน่งข้าราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวง ไม่มีข้อกำหนดให้ฝ่ายการเมือง หรือรัฐมนตรีที่กำกับกระทรวงนั้น ๆ พิจารณาเหมือนที่ผ่านมา อาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองนโยบาย
โดยนายปรีชา วัชราภัย รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ห้า ฐานะผู้ยกร่างบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวยืนยันว่าจะไม่ก่อให้เกิดรัฐราชการ แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยส่วนรวม เพราะการย้าย การโอน หรือการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการระดับปลัดกระทรวงหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าปลัดกระทรวงนั้นโดยการพิจารณาของกรรมการฯ นั้นต้องพิจารณาไปพร้อมกับถามความเห็นและข้อเสนอแนะจากรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงนั้น ๆ และปลัดกระทรวงที่จะเกษียณอายุราชการ ในประเด็นของการวางบุคคลใดเพื่อเข้ามาแทนตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือข้าราชการตำแหน่งที่เทียบเท่าหรือไม่ด้วย นอกจากนั้นในรายละเอียดของกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม ที่ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จำนวน 2 คน, อดีตปลัดกระทรวงหรืออดีตหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่าปลัดกระทรวง จำนวน 3 คน และ ประธานกรรมการจริยธรรมของทุกกระทรวงนั้น เมื่อพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิในก.พ. ปัจจุบันมีไม่น้อยกว่า 3 คนที่ไม่เป็นข้าราชการ, อดีตปลัดกระทรวง พบว่าปัจจุบันมีอดีตปลัดกระทรวงที่ยังมีชีวิตอยู่ จำนวน 150 คน และประธานกรรมการจริยธรรมใน 19 กระทรวง ที่มียอดรวม 200 คน โดยส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการ ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อมีการคัดเลือกบุคคลให้มาเป็นกรรมการแล้ว จะทำให้เกิดการยอมรับจากสังคม
นายปรีชา กล่าวด้วยว่าสำหรับรายละเอียดสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรมไม่สามารถเขียนทั้งหมดในร่างรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นประเด็นการทำงานจะอยู่ในกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ อาทิ การย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการนั้นเป็นระบบเปิด และให้บุคลากรที่ประสงค์จะเป็นปลัดกระทรวงหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าปลัดกระทรวงในกระทรวงต่าง ๆ สมัครเป็นบุคคลดำรงตำแหน่งดังกล่าวในกระทรวงอื่นได้ และจะใช้ระบบทดสอบความสามารถ สมรรถนะ และมีบททดสอบแบบที่เอกชนใช้ในการคัดเลือกประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ด้วย ขณะเดียวกันวาระของการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงได้กำหนดไว้ไม่เกิน 4 ปี และสามารถต่ออายุได้ครั้งละ 1 ปี ได้จำนวน 2 ครั้ง ดังนั้นการเปิดให้โอนข้าราชการระดับสูงระหว่างกระทรวงได้นั้นถือเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเดิมที่บังคับใช้อยู่
ทางด้านนายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงเพิ่มเติมว่ามาตรา 207 ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของประเทศไทยในการแต่งตั้งข้าราชการะดับสูง ซึ่งในประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกาได้ใช้ระบบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงด้วยระบบกรรมการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการ โดยสาระสำคัญเพื่อปกป้องความซื่อสัตย์ เกียรติศักดิ์ ศักดิ์ศรี ไม่เลือกปฏิบัติกับข้าราชการ อย่างไรก็ตามรายละเอียดของมาตรา 207 ได้พิจารณายกร่างให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย ซึ่งการกำหนดให้มีการแต่งตั้งข้าราชการพลเมืองด้วยระบบคุณธรรม นอกจากจะเกิดประโยชน์กับข้าราชการแล้ว ประชาชนยังได้รับประโยชน์ คือ ได้ข้าราชการที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ ความสามารถ ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่มาเพราะการวิ่งเต้น หรือฝ่ายการเมืองเอื้อประโยชน์ให้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการชี้แจงของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว นายณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ได้อภิปรายโต้แย้งว่าหากจะนำระบบแต่งตั้งข้าราชการจากประเทศอังกฤษมาใช้ ตนขอถามว่ารัฐธรรมนูญของอังกฤษ เป็นรัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณีใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตามตนเห็นด้วยกับการมีกรรมการเพื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แต่ควรเพิ่มเติมให้รัฐมนตรีมีสิทธิแสดงความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วย เพราะอำนาจของรัฐมนตรี คือ อำนาจของประชาชนเช่นกัน อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวมีรายละเอียดที่ตนจะยื่นญัตติเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในประเด็นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ใช้สิทธิชี้แจงประเด็นต่างๆ ระหว่างการอภิปรายของสปช. นั้นจากเดิมที่จะใช้สิทธิดังกล่าวช่วงเริ่มหมวดใหม่ และปิดท้ายการประชุมนั้น เนื่องจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วมีมติว่าต้องชี้แจงและตอบคำถามของสปช.ระหว่างการอภิปรายด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและเป็นไปตามเวลาที่ได้รับการจัดสรรให้ ทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง





