วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลัดศธ.ใหม่'รับหนักใจพัฒนาการศึกษา-ฟันทุจริต

"นพ.กำจร" ปลัด ศธ.ใหม่ กร้าวห้ามทุจริต รู้เมื่อไหร่เล่นงานทันที รับหนักใจกับตำแหน่งเพราะต้องรับภาระ2เรื่อง พัฒนาคุณภาพการศึกษา และฟันทุจริต

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยได้ทำพิธีสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง ศาลพระภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 จากนั้น ได้เข้าสักการะพระพุทธรูปยังห้องทำงาน โดยมีข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้การต้อนรับอย่างหนาแน่น

นพ.กำจร กล่าวว่า การที่ได้เข้ามารับตำแหน่งปลัด ศธ. ก็ยอมรับว่ามีความหนักใจพอสมควร เนื่องจากจะต้องเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาหนัก 2 เรื่อง คือ 1.การเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2.การแก้ปัญหาการไม่ชอบมาพากล มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตั้งใจจะขับเคลื่อนไหนหลายๆ เรื่องไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ของนักเรียนชั้น ป.1 รวมถึงเรื่องอื่นที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกับ 3 องค์กรหลัก ได้แก่ สพฐ. สอศ. และ สกอ.

อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักคือ การต้องการให้คนไทยมีคุณภาพการศึกษา แข่งขันกับนานาชาติได้ ไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศในอาเซียน แต่ต่อไปไทยจะต้องยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม และไม่ได้หมายรวมเฉพาะนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น แต่จะต้องครอบคุมไปถึงคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือจาก กศน. และวิทยาลัยชุมชน ที่จะเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาการศึกษาให้แก่ คนในท้องถิ่น

นพ.กำจร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ ถ้ารู้เมื่อไหร่เล่นงานทันที จะต้องไม่มีการคอรับชั่น หากได้รับทราบเมื่อไร จะดำเนินการตรวจสอบทันที ที่ผ่านมาหากใครมีความประพฤติที่ไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นกรรมใครกรรมมัน ถ้ายังไม่ถึงเวลาใช้กรรมก็ไม่เป็นไร แต่ในปัจจุบันและอนาคตจะต้องไม่มีการทุจริต ประพฤติมิชอบอีก ทั้งนี้เคยได้ยินมาว่าข้าราชการในศธ. มีการฝากเข้ามากันเป็นพวง เอาพี่น้องลูกหลาน เข้ามานั่งทำงาน ตรงนี้ไม่แคร์ ไม่ไปเอาปูนกาหัวไว้ แต่จะดูแค่ว่าใครทำงานหรือไม่ทำงาน และวัดจากการประเมินผลการทำงานในช่วงปลายปี

"ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนั้น เรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการคือ การปฏิรูปการศึกษา ต้องยอมรับว่าคุณภาพการศึกษามีปัญหามาก ผมพยายามจะแก้แต่คงไม่เสร็จในสองสามวัน และจริงๆแล้ว การปฏิรูปการศึกษาเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องของศธ. เพราะฉะนั้นผมตั้งใจจะขอความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่ก็คงค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละอย่าง เพราะคงแก้ทุกอย่างไปพร้อมกันไม่ได้ นอกจากนี้ ยังจะต้องเข้าสะสางปัญหาทุจริตใน 2 องค์กรหลัก ได้แก่ สกสค. และองค์การค้าของ สกสค.

ซึ่งในเร็วๆนี้ ก็คงจะมีการมอบหมายให้ซี 10 หลายท่าน ไปช่วยดูแลโดยตรง รวมถึงให้ซี 10 ไปช่วยดูคุรุสภาด้วย เพราะตอนนี้อบอร์ดบริหารของทั้ง 3 องค์กรหลักถูกยุบไปแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็มีข้อมูลเข้ามา เช่นการใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะกฎหมายได้ให้อำนาจบอร์ดอย่างเต็มที่ หรืออย่างเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้า เคยเข้าไปแตะนิกเดียวก็เป็นเรื่อง รมว.ศธ. ก็โดนท้าทายเรื่องการไม่มีอำนาจลงไปตรวจสอบ แต่ตอนนี้ฟ้าใสไม่มีเมฆแล้ว คำสั่ง คสช. ถอนยวงทั้ง 3 บอร์ด ก็ทำให้สามารถเข้าไปดูแลได้"

นพ.กำจร กล่าวอีกว่า ในส่วนของคุรุสภานั้น ไม่ได้เป็นปัญหาในเรื่องการทุจริต แต่เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องการผลิตและพัฒนาครูซึ่งมีปัญหามาตลอด ทั้งที่ต้องการคนเก่งและมีความสามารถเข้ามาเป็นครู แต่ก็ไม่วามารถมาเป็นครูได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของใบประกอบวิชาชีพ หลายครั้งทางคุรุสภาก็บอกว่าแก้ปัญหาให้แล้ว แต่เป็นการแก้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้แก้ปัญหาในภาพรวม ขณะเดียวกันที่ผ่านมาคุรุสภาเองก็มีลักษณะการบริหารงานในเชิงใช้อำนาจ เกี่ยวกับเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู