วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีดิยาธร-จักรมณฑ์-ปิติพงษ์' แจงศก.ไทยจะขยายตัวดีขึ้น

"ปรีดิยาธร" ควง "จักรมณฑ์ - ปิติพงษ์" แจงคืบหน้าเศรษฐกิจ ยันการลงทุนภาครัฐ-เอกชน จะช่วยเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวดีขึ้น

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” จะรายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นมาในช่วง 6 เดือนนี้ วันนี้ ตนเองมีรัฐมนตรีมาด้วย 2 ท่าน ท่านแรกคือ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านที่สองคือ นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

"ภาพกว้างของเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อยากจะขอย้อนไปถึงปีที่แล้วหน่อย ดูตารางแรกก็จะเห็นว่าเมื่อตอนต้นปีที่แล้วนั้น อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกนั้นติดลบถึง 0.5% ไตรมาสที่ 2 บวก 0.4% 57’ไตรมาสที่ 3 บวก 0.6% ตอนที่รัฐบาลนี้เข้ารับงานนั้นเศรษฐกิจชะลอตัวมาก พวกเราก็นั่งคิดว่าจะทำยังไงจะเร่งเศรษฐกิจให้โตขึ้น เพราะถ้าขืนให้อยู่ในระดับอัตรา 0.6% นั้นไม่ไหวแน่นอน ก็ได้นั่งคุยกัน ก็เลยออกมาว่า เราต้องเร่งเศรษฐกิจด้วยการเร่งการใช้จ่ายงบประมาณเป็นอันดับแรกก่อน และเร่งทำงานทุกกระทรวงให้ดี ให้เร็วที่สุดให้ได้นะครับ ก็จากการที่เราเร่งนั้นก็เลยปรากฏว่าเราสามารถทำให้เศรษฐกิจเราขยายตัวเพิ่มจาก 0.6% เป็น 2.3% ได้ในไตรมาสที่ 4"

ถามว่าการขยายตัว 2.3% มาจากไหน ถ้าทดูในตารางถัดไปจะเห็นได้ว่าตัวที่เด่น มี 2 - 3 ตัว คือ 1.การใช้จ่ายภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐนี้หมายถึงรายจ่ายประจำที่เบิกงบประมาณไปนั่นเอง อีกอันเร่งจ่ายงบประมาณใน 3 เดือนนี้มากจนทำให้ขยายตัวสูงกว่า 3 เดือนเดียวกันของปี 2556 ถึง 5.5% ตัวนี้เป็นตัวที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก และฐานใหญ่มาก

สรุปว่าเศรษฐกิจของไทยนั้น ถึงแม้ว่าการส่งออก ไม่ขยายตัวเพราะโลกชะลอตัวลงไม่ได้มีความบกพร่องของใคร โลกชะลอตัวลง ใน 2 เดือนแรก เศรษฐกิจประเทศจีนซื้อสินค้าจากเราลดลงมากเลย ลดลงถึง 11% เศรษฐกิจจากยุโรปก็ซื้อสินค้าลดลงจากเรา ญี่ปุ่นก็ซื้อสินค้าจากเราลดลง อาเซี่ยนเองก็ลดลง คงยังมีอเมริกาที่เรายังเพิ่มขึ้นได้ เชื่อว่าพอถึงไตรมาสถัดไปเนื่องจากจีนได้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดดอกเบี้ยมา 2 ครั้งแล้ว และเนื่องจากยุโรปได้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใส่เงิน ที่เขาเรียกมาตรการ QE ใส่เงินในระบบมา 3 เดือนติดต่อกันแล้วนี่ เชื่อว่า ทั้งสองเศรษฐกิจจะกลับมาซื้อเราเพิ่มขึ้น

"ภาพรวมแล้วยอดการส่งออกคงไม่น่าจะลดลงอีกต่อไป การส่งออกไม่ลดลงอีกต่อไป แล้วปัจจัยอื่นๆ เช่นการลงทุนภาคเอกชนก็ดี การลงทุนภาครัฐก็ดี ยังขยายตัวต่อไปและการท่องเที่ยวก็น่าจะขยายตัวต่อไป เนื่องจากมีแรงส่งจากนักท่องเที่ยวจากยุโรป อเมริกา อันเนื่องจากการที่ยกเลิกกฎอัยการศึกไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้ และไตรมาส3 ของปีนี้ น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ ในไตรมาสนี้อีก"

"จักรมณฑ์" แจงอุตสาหกรรมลงทุนประมาณ 5.5 แสนล้าน

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว จนมาถึงเดือนมีนาคม ปีนี้ จริงๆแล้วมีการขยายตัว ด้านภาคการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมนี้ไปมากพอสมควร ยกตัวอย่าง ในเรื่องของโครงการที่มายื่นขอ รง. 4 หรือโรงงาน 4 นี่ปรากฏว่ามีถึง 5 พันโครงการ ที่มายื่นขอ แล้วก็เป็นเงินลงทุนประมาณ 5.5 แสนล้านบาท เกินครึ่งล้านล้าน
"จำง่ายๆ ก็จะมีคนงานประมาณ 2 แสนคน อันนี้คือตัวเลขที่มาขอ แต่ตัวเลขที่มาขอเปิดโรงงานใหม่ดีกว่า แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่กรมโรงงานไปตรวจดูงานอะไรต่างๆ เพื่อที่เขาจะประกอบกิจการนะครับ ตัวเลขนี้ ซึ่งก็จะน้อยกว่าคำขอที่มาขออนุญาตโรงงาน ก็จะปรากฏว่า มีจำนวนโรงงานนะครับประมาณ 3,500 โรงงานที่มาแจ้งเปิดนะกิจการ ดำเนินงานเลย ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภา ปีที่แล้ว จนมาถึงเดือนมีนาคม ปีนี้ทั้งหมด 3,500 โรงงาน มีการลงทุน350,000 ล้าน แล้วก็มีการจ้างงานทั้งสิ้น 130,000 คน"

"ปิติพงษ์" แจงมาตรการช่วยชาวนาและชาวสวนยาง


นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว เราเข้ามาทำงานเมื่อ 6 เดือนที่แล้วนี่ ปัญหาหลักมันอยู่ที่ราคาสินค้าเกษตรอันแรกก็คือข้าว ข้าวนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งเราทำปัญหาเอง เพราะเรามี สต๊อค ประมาณ 18 ล้านตันอยู่ แล้วก็สต๊อค ที่เกิดขึ้นมานี้ เกิดจากการประกันราคาข้าว ซึ่งเวลาตลาดโลกนี่มันปรับตัวของมันเองนี่ ราคาข้าวจริงๆ แล้วทำให้รู้สึกว่า ต่ำกว่าราคาที่ประกันไว้มากพอสมควร ส่วนยางนี่เป็นเรื่องของการปรับตัวของน้ำมันอย่างแท้จริงเลย เพราะว่าการที่น้ำมันลดลงนี่ทำให้ราคาของยางนี่ปรับตัวลดลงเป็นอย่างมากด้วย ในแง่ของมาตรการนี่ เราก็ได้ใช้มาตรการหลายอย่าง ที่จะเข้าไปเสริมในแง่ของรายได้ของผู้ที่ผลิตข้าว แล้วก็ผู้ที่ผลิตยาง ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เป็นส่วนใหญ่ ข้าวนี่ก็ทั่วประเทศ ยางส่วนใหญ่ก็ทางใต้ แต่ตอนหลังๆ นี่ก็ขยายไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างทางเหนือบ้าง

มาตรการแรกที่เราเข้าไปดำเนินการจริงๆเกี่ยกับข้าวโดยตรง คือเรื่องของการเข้าไปช่วยเหลือรายได้ของเกษตรกรโดยตรง อันนี้ไม่ใช่เรื่องของการประกันราคาแล้ว เป็นเรื่องเข้าไปช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่พอจะอยู่ได้โดยให้ครัวเรือนละประมาณ 1,000 บาท ไร่ละ 1,000 บาท แต่เราไปคิดว่าแต่ละครัวเรือนนี่มีการถือครองอยู่ในระดับเท่าใด ซึ่งอันนี้ก็ได้ดำเนินการมาถึงเดือนมีนาคม จ่ายเงินไป 38.8 ล้านบาท 38,000 ล้านบาท จ่ายให้กับครัวเรือนประมาณ 3 ล้าน 5 แสนครัวเรือน ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าจะจบไปแล้ว

ส่วนที่เหลือก็มีปัญหาในเรืองของการถือครองที่ดินบ้าง เรื่องหลักฐานต่างๆ บ้าง ซึ่งจาการสำรวจก็ปรากฏว่า เกษตรกรจำนวนมากก็พึงพอใจ แต่ส่วนหนึ่งก็เห็นว่าควรจะจ่ายเพิ่มอี ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ ในการดำเนินดารนี่เราก็ต้องรู้ว่าในที่สุดแล้วนี่ ภาระกับรัฐบาลนี่มีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็เกษตรกรจะอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือขนาดไหน นอกจากนั้นแล้วก็มีมาตรการทางอ้อมอื่นๆ นะครับ เช่นทางด้านของการจ้างงานนี่ ก็มีการจ้างแรงงานถึง 38,000 ราย เพื่อที่จะปรับปรุงระบบการชลประทาน ที่จะนำน้ำไปสู่พื้นที่ของเกษตรกรเอง มีการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร แล้วก็มีการสนับสนุนให้มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ซึ่งไม่ใช้น้ำมาก ประมาณ 142,000 ไร่ทั้งหมดนี้ก็เป็นมาตรการที่ พยายามที่จะช่วยเหลือชาวนาในเรื่องของราคาพืชผลตกต่ำ

สองเรื่องของยางพารา เรื่องยางพาราก็มีปัญหาในเรื่องราคาเช่นเดียวกัน แต่ว่ายางพารานี่มีปัญหาทางโครงสร้างเยอะกว่า เพราะว่ายางพารานี่ไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่อาหารสัตว์ แต่เป็นสิ่งซึ่งเอาไปประกอบเป็นอุตสาหกรรม หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะงั้นเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดีนี่ แล้วก็ถูกซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันทำให้ยางพารานี่เป็นปัญหาค่อนข้างจะมาก อย่างไรก็ตามในช่วงระยะสั้นนี่เราก็พยายามที่จะอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ไร่ละ 1,000 บาท เช่นเดียวกัน แล้วก็จ่ายไปแล้ว 767,000 ครัวเรือน เป็นเงิน 7 พันกว่าล้านบาท ซึ่งอันนี้นี่ ใกล้จะยุติแล้ว เหลือตกค้าเช่นเดียวกับข้าวนิดหน่อย

"สินเชื่อที่สำคัญมากที่สุดในขณะนี้เป็นสินเชื่อเพื่อการปรับโครงสร้างระยะยาว คือเราได้ขอสินเชื่อในวงเงิน หมื่นล้านบาท รายละไม่เกิน 1 แสนบาท เพื่อที่จะให้เกษตรกรนี่ได้ปรับโครงสร้างการผลิตของตัวเอง เป็นการเกษตรแบบผสมผสาน เพราะยางพารานี่จะเป็นได้ว่าขึ้นสูงมากก็ลงต่ำมากได้เหมือนกัน ในช่วงนั้นเกษตรกรจะ สร้างความมั่นคงให้กับรายได้อย่างไรนี่เป็นเรื่องที่เราเปิดกว้างมากนะครับ แล้วก็เกษตรกรนี่ได้ยื่นขอกู้ถึง 1 แสน 1 หมื่นราย แต่ว่าขณะนี้นี่ ธกส. ก็จ่ายเงินกู้ไปแล้วจำนวนหนึ่ง ก็ต้องดูตามระเบียบการของ ธกส. อันนี้นี่ท่านรองนายกฯ ก็คงกำลังพิจารณา หรือว่าจะทำให้รวดเร็วมากขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ในช่วงระยะเวลาต่อไปนี่เราคงจะต้องมีการปรับโครงสร้าง ในการพัฒนาการเกษตรให้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ เพื่อทำให้ความมั่นคงในแง่ของรายได้ของเกษตรกรมีมากขึ้น"