ป.ป.ช. นัด “อนุพงษ์-ถวิล” เข้าให้ปากคำ ปมสลายแดง53 ชี้ต้องพิจารณาความเกี่ยวข้อง หากแกนนำแดงขอให้ถ้อยคำ
นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และพระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. กรณีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี2553ว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ได้อ้างพยาน2คนคือพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทางป.ป.ช.ได้มีหนังสือไปแล้ว และกำลังประสานอยู่ว่าทั้งสองจะมาตามนัดได้หรือไม่ หรือจะส่งเอกสารชี้แจงหรือรับที่จะมาด้วยตัวเอง ส่วนนายสุเทพนั้นไม่ได้กล่าวอ้างพยานแต่อย่างใดบอกเพียงว่าขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว
นายวิชากล่าวว่า สำหรับประเด็นที่จะซักถามคือกรณีที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปว่าได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสลายการชุมนุมที่อ้างว่าไม่ใช่สลายการชุมนุมแต่เป็นการก่อการร้ายในเมือง ซึ่งการก่อการร้ายคงไม่ได้มีทุกผู้ชุมนุม บางคนก็มาร่วมด้วยเพราะคิดว่าเป็นการชุมนุมปกติธรรมดา แต่เมื่อพบว่ามีการก่อการร้ายหรือใช้อาวุธสงครามนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการ เปลี่ยนยุทธการ ยุทธศาสตร์อย่างไร เป็นเรื่องของทางทหารอย่างไร ทั้งนี้หากพยานทั้งสองมาให้ถ้อยคำกับป.ป.ช.แล้วเราก็จะนำมาพิจารณาประกอบพยานหลักฐานอื่นๆ หากมีความจำเป็นก็อาจจะต้องเรียกพยานหรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เพิ่มเติมกรรมการที่เป็นทหารเข้าไปในการสอบสวนคดี99ศพ นั้นจะส่งผลต่อการไต่สวนคดีของป.ป.ช.หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ถือว่าเป็นวิธีการเป็นกระบวนการของดีเอสไอจะแต่งตั้งกรรมการร่วมสอบ อย่างไรก็ตามทางป.ป.ช.ได้ดำเนินการขอรายละเอียดมาทั้งหมด พอได้ข่าวว่ามีการทำคดีเพิ่มเติมเราก็ต้องขอมาทั้งหมด รวมทั้งคดีของตำรวจในกรณีที่มีการควบคุมตัว5ชายชุดดำที่เป็นข่าวออกมานั้นป.ป.ช.ก็ขอไปด้วย ดังนั้นเมื่อได้พิจารณาหลักฐานจากเรื่องที่ได้มานี้แล้วก็อาจจะมีการเรียกพยานมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากแกนนำนปช. ต้องการที่จะมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม นายวิชา กล่าวว่า หากมีการขอมา ป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาดูตามที่ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาในการแสวงหาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว สามารถหาพยานหลักฐานได้อย่างกว้างขวาง หากเขาจะมาเราก็จะนำมาประกอบว่าจะมาให้ถ้อยคำในแง่ไหนอย่างไร ต้องดูว่าเกี่ยวข้องคดีหรือไม่ ไม่ใช่ให้ถ้อยคำไปเรื่อย ป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาก่อนว่าจะอนุญาตพยานนั้นหรือไม่





