ผบช.น.เผยเหตุระเบิดสุราษฎร์คล้ายที่สมานเมตตาแมนชั่นมากกว่า เพราะเป็นที่เหตุการณ์แรกๆ จากประสบการทำงาน
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุถ ผบช.น. เปิดเผยกรณีเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดจ.สุราษฎร์ธานีในพื้นที่นครบาลว่า ข้อสันนิษฐานเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่จ.สุราษฎร์ธานีนั้น มีแผนประทุษกรรมเหมือนคดีเหตุระเบิดสมานเมตตาแมนชั่น ที่ย่านบางบัวทอง เมื่อปี 2553 เพราะลักษณะของระเบิดที่ใช้ก่อเหตุมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุที่สมานเมตตาแมนชั่นยังคงมีหลงเหลืออยู่หรือไม่ กรณีดังกล่าวไม่ทราบ เนื่องจากสำนวนคดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนจะเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดที่หน้ารามคำแหงเมื่อปี 2556 หรือไม่ กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี คล้ายกับเหตุที่เกิดขึ้นที่สมานเมตตาแมนชั่นมากกว่า เพราะเป็นที่เหตุการณ์แรกๆ จากประสบการทำงานของตนที่ผ่านมา ที่ตรวจสอบพบว่านำระเบิดจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาใช้ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับให้มีการสืบสวนหาข่าวร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการตั้งด่านมั่นคงรอบกรุงเทพ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า แผนประทุษกรรมเป็นข้อมูลกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว ส่วนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้สั่งการให้ตรวจสอบในเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเคลื่อนไหวเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งชุดประมาณ 5 – 6 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้จับกุมกวาดล้างไม่ให้ขึ้นมาก่อเหตุบริเวณดังกล่าว ส่วนมีความเชื่อมกับการเมืองหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่ภายหลังจากที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีหนังสือวิทยุสั่งการให้เตรียมเฝ้าระวังเหตุ ก็ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ตรวจสอบบริเวณจุดเสี่ยง โดยเฉพาะเกสเฮ้าส์ บ้านเช่า แหล่งซ่องสุม เพราะลักษณะแผนประทุษกรรมแบบเดียวกับที่สมานเมตตาแมนชั่น เหตุเกิดที่บริเวณบ้านเช่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีวิทยุชุมชนตั้งอยู่ จึงเน้นตรวจสอบตามแผนประทุษกรรมเดิมที่มีเกิดขึ้น
เมื่อถามว่ากรณีเจ้าหน้าที่ทหารทำการจับกุม นายนรินทร์ อ่ำหนองบัว แนวร่วมเสื้อแดงที่แคมป์คนงาน เทศบาล ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สงสัยว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊คเกี่ยวกับเหตุ ระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานีนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เป็นกลุ่มคนที่เราจับตาดูอยู่แล้ว ซึ่งเราดูในเรื่องความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องของการก่อการร้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขอให้เที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นสุข หน้าที่ดูแลความสงบสุขเป็นหน้าที่ตำรวจทหาร ฝ่ายปกครองอยู่แล้ว ถามผมส่วนตัวมั่นใจว่ากรุงเทพมหานครจะไม่เกิดเหตุความรุนแรงอย่างแน่นอน เพราะเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่มาประมาณ 2 เดือนแล้ว
"จากข้อมูลที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับภาคใต้ส่วนใหญ่จะเชื่อมเพียงแค่ในพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ดูแล้วไร้เหตุผล จากประสบการณ์ที่เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มา ปกติภายหลังจากที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดแล้ว มักจะหนีไปกบดานบริเวณภาคเหนือหรือภาคอีสาน ส่วนจะเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนน้อย หลังออกหมายจับ แต่ปัจจุบันผู้ต้องหาตามหมายจับมากรุงมหานครค่อนข้างเยอะ ส่วนที่จะขยายโอกาสก่อเหตุนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่น่าใช่ เพราะตามอุดมการณ์ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดเท่านั้น และใครไปจ้างก็ไม่ยอมลงมือนอกพื้นที่เด็ดขาด ถือเป็นข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ถือเป็นเรื่องแปลก" ผบช.น. กล่าว





