'6 วัน 7 คืน' จัดระเบียบถกรัฐธรรมนูญร่างแรก

 '6 วัน 7 คืน' จัดระเบียบถกรัฐธรรมนูญร่างแรก

เวลา 6 วัน 7 คืน กับร่างแรกของรัฐธรรมนูญ ที่มีการเตรียมความพร้อมในการประชุมจะสามารถบรรลุเป้าหมาย คือประชาชน เข้าใจในรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่

ผ่านไปแล้ว 1 ขั้นตอน ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ นำโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ. ดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเสร็จแล้วรวม 315 มาตรา  

จากนี้ คือ การนำร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก เข้าที่ประชุมสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อให้พิจารณาและรับฟังความคิดเห็นของสปช.ในวันที่ 20 – 26 เม.ย. นี้ แต่ก่อนถึงวันจริง กมธ.ยกร่างฯและสปช. ได้มีการซ้อมใหญ่ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่อาคารนครินทรศรี สภาการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการทำความเข้าใจใน 3 ประเด็น   

1.เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่กมธ.ยกร่างฯได้รายงานต่อสปช.แต่ละประเด็นนั้น สปช.มีคำถามอะไรอยู่ในใจ   

2. วิธีการอภิปรายของสปช.จะใช้วิธีการกำหนดและแบ่งเวลาให้กับกมธ.การปฏิรูปแต่ละคณะและสมาชิกเท่าใด   

3.หลังจากสปช.อภิปรายเสร็จสิ้น สมาชิกสปช.ต้องดำเนินการแปรญัตติภายใน 30 วันโดยให้ตกลงกันในกลุ่มที่มีจำนวน 26 คนให้มีเพียง 8 ญัตติดังนั้นสมาชิกต้องตกลงกันว่าจะอยู่กลุ่มใด เดิม

วิปสปช.กำหนดให้กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ โดยให้แต่ละคณะอภิปรายได้คณะละ 2 ชั่วโมง ส่วนสมาชิกให้เวลา 12-15 นาที แต่รายละเอียดก็ยังถือว่าไม่ชัดเจน ซึ่งนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช. มีเป้าประสงค์ในการประชุมครั้งนี้ ต้องการอภิปรายเพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าใจง่าย ไม่สร้างความมึนงงสับสนให้กับประชาชนที่ฟังการถ่ายทอด แล้วก็ควรอภิปรายเป็นหมวด เป็นบท เป็นภาค เป็นส่วน เป็นมาตรา ให้ชัด ไม่ใช่อภิปรายกระโดดข้ามไปข้ามมา  

ประธานสปช. ยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้ ไม่มีโผ ไม่มีการล็อบบี้ อยากให้ประชุมด้วยความรอบคอบ เต็มกำลัง ด้วยความรู้ความสามารถของสมาชิกทุกคน และไม่มีใครมาสั่งการหรือกำหนดร่างรัฐธรรมนูญ เพราะการร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสปช.โดยตรง เพื่อให้ประชาชนที่รับฟังการอภิปรายเข้าใจรัฐธรรมนูญ โดยไม่รู้สึกว่าเนื้อหากระจัดกระจายหรือกระโดดไปมาเพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่ เวลา 12.00 น. วันที่ 17 เม.ย. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันที่สปช.จะได้รับร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกอย่างเป็นทางการ จึงให้สปช.ได้มาลงชื่อ ว่าตนเองจะอภิปรายในเรื่องใด หมวดใด เพื่อให้ง่ายต่อการกำหนดเวลา และจัดลำดับเนื้อหาในการอภิปราย     

แต่จากการซ้อมใหญ่ที่ผ่านมา คาดว่า ประเด็นที่จะมีการอภิปรายกันมากที่สุด คือ ภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง โดยเฉพาะประเด็นที่มาของส.ส.และส.ว. ระบบการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกมธ.ปฎิรูปการเมืองฯเองก็เตรียมการกันอยู่ โดยวันที่ 19 เม.ย.นี้ จะมีการนัดประชุมกมธ.เพื่อเตรียมการอภิปราย  

ด้านกมธ.ยกร่างฯเอง ได้มีการเตรียมความพร้อมเช่นกัน โดยคาดว่า กมธ.ยกร่างจะอภิปรายเปิดก่อน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจะให้สมาชิกกมธ.ปฎิรูปชุดต่างๆทั้ง 18 คณะและปสช.ได้อภิปราย จากนั้นกมธ.ยกร่างที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในเรื่องนั้นจะเป็นผู้อภิปราย ชี้แจงในประเด็นดังกล่าว

กมธ.ยกร่างฯยังได้รับปาก ว่า จะรับฟังเสียงของสมาชิกสปช.หากประเด็นใดมีเหตุผลที่ดีกว่า ก็พร้อมนำไปแก้ไขปรับปรุง ไม่ขัดขืนแน่นอน แต่มี 4 ประเด็นที่เปลี่ยนไม่ได้ คือ 1. ระบบเลือกตั้ง 2.การได้มาซึ่งนายกฯ 3.ที่มา ส.ว. 4.ความสัมพันธ์ของนิติบัญญัติและครม.  

อย่างไรก็ตามนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่า ข้อเสนอของคณะกมธ.ปฎิรูปทั้ง 18 คณะ มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์  

เชื่อว่าการอภิปรายของสปช.จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่ใช้โวหาร จึงไม่น่าห่วง สปช.มีวินัยและสภาสปช.ไม่เป็นเหมือนสภาการเมือง  

เวลา 6 วัน 7 คืน กับร่างแรกของรัฐธรรมนูญ ที่มีการเตรียมความพร้อมในการประชุมการขนาดนี้ จะสามารถบรรลุเป้าหมาย คือ ประชาชน เข้าใจในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่

การจัดระเบียบการอภิปราย เนื้อหาสาระมากกว่าโวหาร จะป้องกันความวุ่นวายที่มักจะเห็นในสภาการเมืองเป็นประจำได้หรือไม่