"สีหนาท"แจงยึดทรัพย์แม่อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ทำได้แม้คดีอาญาหมดอายุความ ด้าน"อรรถวิชช์"โต้กลับเงินสกปรกไม่มาที่แม่ตัวเอง
จากกรณีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้คำสั่งยึดทรัพย์กว่า 300 ล้านบาทของนางภคินี สุวรรณภักดี อดีตผู้บริหารธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) ซึ่งถูกดำเนินคดียักยอกทรัพย์ธนาคารมหานคร 4,100 ล้านบาท เมื่อปี 2547 พร้อมขู่จะฟ้องกลับ เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่เข้าข่ายฟอกเงินและคดีขาดอายุความไปแล้ว
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบโต้เพราะเป็นข้าราชการประจำต้องทำงานตามหน้าที่และไม่กังวลเรื่องการฟ้องกลับการทำงานของปปง. เนื่องจากทำงานไปตามขั้นตอนกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องทางการเมือง มติยึดทรัพย์ก็มาจากความเห็นชอบของคณะกรรมการธุรกรรม กรณีที่อ้างคดีหมดอายุความแล้วนั้น ขอชี้แจงว่าการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินของปปง.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาแต่เป็นการยึดทรัพย์ทางแพ่ง อย่างไรก็ตาม หลังมีคำสั่งยึดทรัพย์ถือว่าหมดหน้าที่ของปปง.แล้ว ในชั้นนี้เลยขั้นตอนของการพิสูจน์ทรัพย์มาแล้ว ถือว่ายุติจากนี้ต้องส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการยื่นฟ้องขอให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญคงไม่มีใครกล้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ทุกอย่างทำตามขั้นตอน และเป็นมติของกรรมการ ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงบทบาทการทำงานส่วนตัวนั้น ตนคงไม่ขอตอบโต้เช่นกัน เพราะเชื่อว่าสังคมคงรู้และเข้าใจ
"อรรถวิชช์"โต้กลับเลขาฯปปง.เงินสกปรกไม่มาที่แม่ตัวเอง
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวตอบโต้พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรณีที่นางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองกรรมการผู้จัดการสายสินเชื่อ ธนาคารมหานคร ผู้เป็นมารดา ถูกคำสั่งอายัดทรัพย์โดยปปง.ในข้อหายักยอกทรัพย์สิน พร้อมกับโพสต์รูปภาพแสดงคำให้การของเจ้าหน้าที่ปปง.เมื่อปี 2548 ที่ระบุว่าเงินสกปรกไม่มาที่แม่ของตน อัยการสั่งไม่ฟ้องมาปีกว่าเรื่องยุติไม่แล้ว เจ้าหน้าที่ปปง. ผู้ตรวจการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้การยืนยันว่าเงินที่ธนาคารมหานครปล่อยกู้ไม่ได้กลับมาที่แม่ของตน
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ระบุหลักฐานกฏหมายปปง. คือการติดตามทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด กรณีของแม่ของตนไม่ใช่เรื่องยักยอกปล่อยกู้ให้ตัวเองแล้วขี้โกงเอาเงินไป แต่เป็นเรื่องปล่อยกู้แล้วลูกค้าไม่คืนเพราะโดนวิกฤติปี 40 แม้แม่ของตนจะชนะคดีทางแพ่งแล้ว ก็ยังต้องมาสู้คดีแรงงานเรื่องให้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่ใช่นำกฏหมายพิเศษอย่างปปง.มาฟ้องกันเพราะเราไม่มีเงินสกปรกให้ฟอก
"เลขาฯ ปปง.ทำพิลึกใช้กฏหมายฟอกเงินกับการปล่อยกู้แล้วเป็นหนี้เสีย ที่จริงต้องใช้กับพวกขี้โกงปล่อยกู้แล้วเอาเงินไปใช้เอง หากใช้มาตรฐานนี้กับ56ไฟแนนซ์ ธนาคารอิสลาม ที่มีบัญชีหนี้เสียจะโดนกฏหมายปปง.กันหมด ทั้งผู้บริหารและลูกหนี้ ท่านต้องแยกแยะให้ดีระหว่างระหว่างชดใช้ความเสียหายทางแพ่งกับนำทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินโดยคดีฟอกเงิน"
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า เลขาฯ ปปง.คงติดใจที่ตนตำหนิเรื่องท่านเสนอแก้พ.ร.บ.ปปง. ต่ออายุงานตัวเองอีก2ปี ทั้งที่ตัวเองได้ประโยชน์จากพ.ร.บ.ล้างมลทิน ไม่ต้องโดนไล่ออกจากการไปไล่ตรวจบัญชีสื่อมวลชน นักการเมืองตรงข้าม ตนยังยืนยันว่ากฏหมายนี้มีอำนาจมากต้องอยู่ในมือคนที่เที่ยงธรรมเท่านั้น ประเทศไหนเขายึดทรัพย์กันทั้งๆ ที่ไม่มีเงินสกปรกเข้ามา





