วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบช.ภ.8 สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ นทท.เรือไฟไหม้

ผบช.ภ.8 สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ นทท.เรือไฟไหม้ที่ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวก มี นทท.เข้าแจ้งข้อมูลแล้วกว่า 90 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุไฟไหม้เรือโดยสาร ชื่อ อ่าวนางปริ๊นเซส ภูเก็ต-กระบี่ เหตุเกิดที่บริเวณกลางทะเล ท้องที่ ม.8 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 เมษายน 2558 และเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้มีการสั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุเรือไฟไหม้ จ.กระบี่ ขึ้นที่ สภ.เมือง ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต

 โดยมีพ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์และพ.ต.อ.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตรรอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ไกรทอง จันทร์ทองใบ ผกก.สภ. เมืองภูเก็ต คอยอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ได้มีการระดมพนักงานสอบสวน และอาสาสมัครล่ามภาษาต่างๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการให้ปากคำ เบื้องต้นได้มีนักท่องเที่ยวแจ้งชื่อไว้ประมาณ 91 คน มีสัญชาติต่างๆ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ฮังการี่ จีนไทย เป็นต้น และในจำนวนดังกล่าวประมาณ 10 คน ที่ต้องเดินทางกลับประเทศในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย. ) จึงต้องมีการสอบปากคำไว้ก่อนส่วนที่เหลือได้อนุญาตให้กลับที่พักก่อน และจะมีการส่งพนักงานสอบสวนของแต่ละพื้นที่พร้อมล่ามไปสอบปากคำตามโรงแรมที่พักต่างๆ

พ.ต.อ.ไกรทอง จันทร์ทองใบ ผกก.สภ. เมืองภูเก็ต กล่าวว่า จากกรณีเกิดเหตุ เรือนำเที่ยว อ่าวนางปริ๊นเซส ภูเก็ต-กระบี่ ซึ่งเดินทางออกจากท่าเรือรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้เรือ และมีนักท่องเที่ยวประสบเหตุจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ดังนั้นทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จึงได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือฯ ขึ้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับแจ้งความในกรณีเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง เป็นต้น หรือทรัพย์สินอื่นๆ เสียหาย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางกลับประเทศในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.58) ส่วนที่เหลือจะมีการส่งพนักงานสอบสวนของแต่ละพื้นที่พร้อมล่ามไปสอบปากคำตามโรงแรมที่พักต่างๆ เพื่อขอทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมทั้งทรัพย์สินที่สูญหาย

อย่างไรก็ตามเบื้องต้น จากการจัดทำข้อมูลทราบว่า มีนักท่องเที่ยวพักอยู่ตามโรงแรมต่างๆ ได้แก่ โรงแรมในพื้นที่ป่าตองจำนวน 14 โรงแรม นักท่องเที่ยว 31 คน พื้นที่กะรน จำนวน 7 โรงแรม นักท่องเที่ยว 24 คน พื้นที่กะตะ 4 โรงแรม นักท่องเที่ยว 10 คน พื้นที่กมลา 1 โรงแรม นักท่องเที่ยว 4 คน พื้นที่ ราไวย์ 2 โรงแรม นักท่องเที่ยว 4 คน พื้นที่ในหาน 1 โรงแรม นักท่องเที่ยว 5 คน พื้นที่ในเขตตัวเมืองภูเก็ตและเกาะแก้วจำนวน 7 คน แบ่งเป็นคนไทย 4 คน และต่างชาติ 3 คน

จากการพูดคุยกับนางสาวนาตาลี ลี อายุ 29 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เล่าว่า เธอได้มาฮันนีมูนกับสามีที่จังหวัดภูเก็ต และได้เดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดกระบี่ ในระหว่างที่นั่งเรือลำดังกล่าวเพื่อกลับมายัง จ.ภูเก็ต ได้ยินเสียงระเบิดดังจากห้องเครื่องจากนั้นก็มีควันสีดำ ขณะเดียวกันมีไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว สามีของตนรีบคว้าเสื้อชูชีพมาให้ตนใส่และให้กระโดดลงในทะเล เนื่องจากไฟได้ลุกลามเข้ามาใกล้บริเวณที่ตนอยู่ ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงผู้โดยสารซึ่งต่างกรีดร้องขอความช่วยเหลือ โดยที่พวกเราไม่ได้รับคำแนะนำจากพนักงานบนเรือแต่อย่างใด ซึ่งตนและสามีมีกำหนดเดินทางกลับไปยังกรุงลอนดอนในวันที่ 11 เมษายน 2558 นี้

ด้านนางสาวจิ ซียู อายุ 22 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน กล่าวว่า รู้สึกตกใจและยังคงหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การมาภูเก็ตครั้งนี้ได้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ จากเมืองเซี่ยงไฮ้ เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงที่เกิดเหตุตนเห็นไฟลุกมาจากทางท้ายเรือและต่างคนก็รีบเอาเสื้อชูชีพมาใส่และกระโดดลงน้ำ เพื่อเอาตัวรอด โดยลอยคอกันอยู่ประมาณ 30 นาที ได้มีเรือสปีดโบ๊ทผ่านมาเห็น และได้ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเดิมมีกำหนดเดินทางกลับในสัปดาห์หน้า แต่เมื่อเกิดเหตุการณืเช่นนี้ขึ้นก็อยากจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่