กกต.หวั่น หากประชาชนร้องเรียนคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง เลือกตั้งไม่สุจริต ตรวจสอบยาก เหตุเอกสาร-หลักฐานอยู่ที่กจต.ทั้งหมด
ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีสำนวนที่มีการร้องเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอิสาน) ว่า มีสำนวนคดีมาก ซึ่งมีศาลอุทธร์ภาค4 ร่วมกับกกต.ดำเนินการอยู่ 12จังหวัด ก็เป็นธรรมดาที่คดีการเลือกตั้งในภาคอิสานจะมีมากกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งมีคดีที่ไม่เป็นสาระหรือคดีที่เกี่ยวกับทุจริตที่แท้จริง เช่น การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) โดยที่ผู้สมัครเลือกตั้งกระทำผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. พ.ศ. 2550 โดยมีคดีที่ไม่ทุจริตที่แท้จริงอยู่ 50 เปอร์เซ็น นอกนั้นจะเป็นการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ เพราะปัจจุบันนักการเมืองไม่ได้ซื้อเสียงเหมือนเดิม แต่มีการซื้อเสียงล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้ง โดยรูปแบบเป็นการให้บริการต่างๆ แทนเงิน การใช้นโยบายประชานิยมทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับโครงการลักษณะแบบนี้ อยู่ที่คนออกแบบกฎหมายซึ่งมาจากประชานิยมยุคใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากไม่ว่าระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น เราควรที่จะตรวจสอบหลังจากที่เขาทำโครงการประชานิยมครบ 1 ปีว่าได้ทำโครงการนิยมจริงหรือไม่ หากไม่ทำจริงก็ถูกถอดถอนเป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำนวนคดีเลือกตั้งระดับชาติ ขณะนี้เหลือเพียงคดีเดียวคือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใส่ร้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าก็จะเสร็จเรียบร้อย และนำเข้าวาระการประชุมของ กกต. ส่วนในระดับท้องถิ่นมีอยู่ประมาณ 60 เรื่อง คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้
"ผู้จัดการเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นฝ่ายการปกครอง เพียงแต่ว่าบทที่เขาจะสวมจะสวมเป็นใคร ถ้าสวมบทเป็นกกต.ก็จะดี มีความเชื่อมั่นมีความเป็นกลางทางการเมือง ถ้าสวมบทเป็นกจต.ท่านจะสุจริตท่านจะเป็นกลางหรือไม่อย่างไร นักการเมืองจะเชื่อมั่นตรงนั้นหรือไม่ ว่าท่านสุจริตหรือเป็นกลางจริงก็ขึ้นอยู่ที่การสวมบทของท่าน หากหลังจากการเลือกตั้งมีนักการเมืองร้องคัดค้านมาว่ากจต.มีการทุจริตการเลือกตั้ง ทางกกต.ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ และเมื่อเข้าไปตรวจสอบกกต.จะต้องทำอย่างไรในเมื่อเอกสารหลักฐานต่างๆ อยู่ที่กจต." นายบุญส่ง กล่าว
ด้านนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ว่า ทางสำนักงาน กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งไว้แล้ว ทั้งในเรื่องของจำนวนเจ้าหน้าที่ ความรู้ และความสามารถต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นได้กำกับชัดเจนถึงการเลือกตั้งว่าให้มีความสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งนี้เราได้จัดอัตรากำลังของบุคลากรใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรับมือกับการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาเราก็ต้องทำตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เราได้นำแนวคิดของสำนักงาน กกต.เสนอไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เราไม่หนักใจเพราะเราได้กำกับดูแลมาตั้งแต่ต้นแล้ว ส่วนกรณีที่จะมีการตั้งคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) นั้น ในอดีตที่ผ่านมา กกต.ได้จัดการเลือกตั้งมาโดยสำเร็จเรียบร้อยมาตลอด แต่จะมีก็ตอนเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเท่านั้น หากถามว่ามีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของ กกต.หรือไม่นั้น ตนเห็นว่าการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศการจัดการเลือกตั้งได้อยู่แล้ว หากมีการจัดกจต.ขึ้นมาจะจัดองค์กรอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้มีผู้สมัครร้องว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทำผิดจะทำอย่างไร ซึ่งเรามั่นใจว่ากกต.ทำงานดีอยู่แล้ว





