ออกโรงหนุน! “พระสุเทพ” ชี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ยกเลิกกฎอัยการศึก จำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ เป็นเครื่องมือดูแลประเทศ
ที่วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม จ.สุราษฏร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร อดีตแกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก แล้วใช้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับใหม่ โดยอาศัยรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 แทนว่า เมื่อรัฐบาลประกาศเช่นนี้ก็ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วย เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองไหน เราไม่รู้เพราะมีกลุ่มที่เคลื่อนทางการเมืองมาก แล้วไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหนมันกว้าง
พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า สำหรับกลุ่ม กปปส. เข้าใจสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ดี ว่าไม่ใช่ยุคที่บ้านเมืองเป็นปกติ เพราะถ้าบ้านเมืองปกติก็ใช้กฎหมายปกติ วันนี้บ้านเมืองไม่ปกติคนที่มีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองวันนี้ เขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎหมายพิเศษ ในการควบคุมรักษาสถานการณ์ของบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยเพื่อที่ เขาจะได้แก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สงบ ไม่เรียบร้อย เขาแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับกันก่อน
“ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีเครื่องมือ และเครื่องมือที่เขาใช้คือ กฎอัยการศึก เมื่อใช้แล้วก็มีประเทศต่างๆพวกฝรั่ง ใครจะไปวิ่งเต้นล็อบบี้มา เราไม่รู้ แต่ก็ออกมากดดันประเทศไทยว่า ต้องอย่างนั้นอย่าง นี้ และเราก็ไม่เห็นด้วยกับต่างชาติ เพราะนี่คือประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องไปตามต่างชาติ เราควรแก้ปัญหาบ้านเรา แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยอยู่เพียงประเทศเดียวในสังคมโลกไม่ได้ เมื่อต่างชาติเห็นว่า กฎอัยการศึก ดูโหดร้ายไปไม่เป็นสากล เรียกร้องให้ยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจในประเทศก็ต้องตัดสินใจยกเลิก แต่เมื่อยกเลิกแล้วก็ต้องมีเครื่องมืออื่นมาใช้แทน จะใช้มาตรา44 หรือไม่ก็แล้วแต่ เขาก็ต้องมั่นใจว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้” พระสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ที่จะนำมาใช้แทนกฎอัยการศึก จะไม่รุนแรงไปใช่หรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่คนมองปัญหาในวันนี้ มองปัญหาอย่างไร ถ้ามองว่าขนาดนี้เป็นสถานการณ์พิเศษ หรือพูดกันตรงๆเลยว่าวันนี้ รัฐบาลเป็นรัฐบาลเผด็จการ เพราะเขายึดอำนาจมา ดังนั้นการจะไปคาดหวังว่าเขาจะใช้อำนาจอย่างประชาธิปไตย คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจสถานการณ์นี้ก่อนว่าเป็นสถานการณ์พิเศษ บ้านเมืองไม่เป็นปกติ เขาจึงต้องยึดอำนาจ เมื่อเขายึดอำนาจมา เขาก็ต้องใช้อำนาจ เขาเป็น รัฏฐาธิปัตย์ เขาก็ต้องใช้อำนาจ ตามที่เขาเห็นว่าเขาสามารถควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ ถ้ามองด้วยสายตาคนอื่น ด้วยความคิดอย่างอื่น ไม่มีวันที่จะเข้าใจเขาได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการใช้จริง จะมีเสียงต่อต้านหรือไม่ พระสุเทพ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้เพราะไม่รู้เลยมาว่า มาตรา 44 หรือคำสั่งที่จะนำมาใช้ เนื้อหาสาระเป็นอย่างไร แต่ก็บอกได้ว่า เขาจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือไว้ใช้ดูแลรักษาสถานการณ์บ้านเมืองให้เรียบร้อย เพื่อที่เขาจะได้แก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ส่วนสถานการณ์เวลานี้มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนนั้น พระสุเทพ กล่าวว่า ไม่รู้ แต่เรากำลังพูดถึงเครื่องมือที่ช่วยดูแลให้บ้านเมือง สงบเรียบร้อย แต่ถ้าบ้านเมืองไม่มีคนก่อเหตุวุ่นวาย ไม่มีคนออกมาชุมนุม ไม่มีคนออกมาวางระเบิด เขาก็คงไม่เอากฎหมายนั้นมาบังคับกับคนดีๆแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ก็ยังมีคนเป็นห่วงว่า คนที่มีอำนาจเด็ดขาดจะใช้อำนาจมากไป พระสุเทพ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงเพราะเขามีสิทธิที่จะใช้อำนาจ ส่วนจะทำต่างชาติพึงพอใจหรือไม่ไม่รู้ ว่าแต่อยู่ที่ใครเป็นคนไปให้ข้อมูล ถ้าคนที่ไปให้ข้อมูลกับสหรัฐอเมริกา เป็นคนที่ถูกเตรียมการไปเพื่อไปชักจูงให้สหรัฐอเมริกา เข้าใจประเทศไทยในทางที่ผิด ทำอย่างไรก็ผิด สภาพที่แต่ละประเทศกับประเทศไทยก็แตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน คนอเมริกันมองประเทศไทยอย่างไร ก็ไม่เหมือนคนยุโรปมองอเมริกา มองรัฐบาลอเมริกันไม่มีทางเป็นไปได้ ต้องยอมรับความจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีการมองว่าการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ( พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ) และ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ( พ.ร.บ.มั่นคง) แต่มักจะใช้ไม่ได้ผล พระสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่สถานการณ์ ในอดีตตนเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เคยใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงมาแล้ว เมื่อเจอฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหว ประเภทที่ไม่เคารพกฎหมายมีแต่ใช้กำลัง ใช้อาวุธสงครามก็เอาไม่อยู่ ก็ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือ ก็แก้ปัญหาได้ แต่ในสถานการณ์วันนี้ ของรัฐบาลประยุทธ์ อาจจะไม่สามารถใช้กฎหมายนั้นได้ก็ไม่แน่ เพราะเขาอาจจะต้องการอะไรที่มีอำนาจมากกว่านี้ ส่วนความจำเป็นต้องมีกฎหมายหรือคำสั่งที่เบากว่ามาตรา 44 มาใช้หรือไม่นั้น พระสุเทพ กล่าวว่า ตามหลักการทั่วไปของรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่มีความแข็งแรง และคนที่ได้อำนาจมาโดยวิธีการนี้ก็จำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจที่เด็ดขาดด้วย


