"วิปสนช." จ่อเริ่มกระบวนการถอดถอน “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” 2 เม.ย.นี้ พร้อมถกร่าง กม.ฟอกเงิน 3 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องอนุสัญญาระหว่างประเทศ
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ หรือวิปสนช. แถลงภายหลังการประชุมว่า ในวันที่ 2 เม.ย. นี้จะมีการประชุมสนช.ซึ่งมีวาระสำคัญเป็นการพิจารณาถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ และนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มาตรา 64 , 66 ที่ถูกกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่ กระทำการขัดรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐาน ซึ่งขณะนี้นายมนัสได้ยื่นขอเพิ่มเติมพยานเอกสาร จำนวน 9 รายการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวจะต้องเป็นเอกสารที่ป.ป.ช.ไม่รับพิจารณา และเป็นเอกสารที่อยู่ในสำนวนเท่านั้นจึงจะขอเพิ่มเติมได้ ส่วนสนช.จะรับพิจารณาหรือไม่ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ทั้งนี้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.จะได้มีการกำหนดวันแถลงเปิดคดีรวมทั้งขั้นตอนต่าง ๆ ในวันดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าไม่เกินเดือนปลายเดือนเม.ย.นี้ น่าจะแถลงเปิดคดีได้ จากนั้นก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม แถลงปิดคดี และลงมติถอดถอนหรือไม่ ตามกระบวนการซึ่งจะมีการกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีวาระการพิจารณากฎหมายสำคัญ ซึ่งเป็นกฎหมายพ่วงประกอบด้วยกฎหมาย 3 ฉบับ 1.ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. 2. ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ... และ 3.ร่างพ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยองค์กรระหว่างประเทศจะมีการตรวจสอบประเมินสถานการณ์ของไทย ในปี 2559 ด้วย รวมทั้งจะมีการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. ที่ขณะนี้มีหลายกองทุนที่มีจำนวนเงินรวมถึง 3.3 ล้านล้านบาท โดยหลายกองทุนได้รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นภาระของรัฐ จึงมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณายกเลิกกองทุนที่หมดความจำเป็นลง อย่างไรก็ตามบางทุนเกิดจากฎหมายเฉพาะจึงยกเลิกยาก เว้นแต่กองทุนที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีสนับสนุนอยู่ ซึ่งหากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์มาก


