“บวรศักดิ์” ลั่นสัญญาความเห็นปชช.ไม่ตรงกับร่างรธน. พร้อมปรับก่อนส่งไปสอบถามความเห็น ยืนยันรับฟังความเห็นไม่ใช่พิธีกรรม
ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ) สื่อสารกับสังคม ในคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จัดสัมมนา เรื่อง “บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยเชิญสื่อมวลชนทุกประเภททั้งสื่อส่วนกลางและภูมิภาค ประมาณ 100 คนเข้าร่วม ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวบรรยายเรื่องภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตอนหนึ่งว่าในการจัดสัมมนาสื่อมวลชนนั้น เพื่อให้สามารถสื่อสารไปยังประชาชนได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนสะท้อนกลับความเห็นต่อสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนั้นทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้สำรวจความเห็นประชาชน พบว่าประชาชนร้อยละ 70 นั้นตรงกับหลักการที่ร่างรัฐธรรมนูญเขียนอยู่ สำหรับบางประเด็นที่ไม่ตรง ตนจะรับไปปรับและนำไปสอบถามอีกครั้ง ทั้งนี้ตนรับรองว่าความเห็นที่ประชาชนเสนอมานั้นจะได้รับการพิจารณา 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรมอย่างแน่นอน
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นการวางกติกาบ้านเมือง เพราะการเมืองถือเป็นกระบวนการตัดสินใจแทนบ้านเมืองและพลเมือง ซึ่งมีผลผูกพันกับพลเมืองทุกคน นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นกติกาเพื่อรับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สำหรับภาพรวมของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตและแก้ปัญหาในอดีต หรือเรียกว่า เหลียวหลังแลหน้า โดยปัญหาในอดีตที่ต้องแก้ไข คือความขัดแย้ง ความไม่ปรองดองของสังคม นักการเมืองที่ไม่ใสสะอาด และระบบการเมืองไม่สมดุล ขณะที่ประเด็นของอนาคต คือ พัฒนา และเพิ่มศักยภาพของประเทศ ทั้งนี้ในภาคของการมองอนาคตนั้นได้ระบุอยู่ในบทบัญญัติที่ว่าด้วยการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความปรองดอง และการสร้างราษฎรไทยให้เป็นพลเมืองและพลเมืองนั้นต้องเป็นใหญ่ และมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมากที่สุด ผ่านกลไกสมัชชาพลเมือง ในการมีส่วนร่วมบริหารกับท้องถิ่น, สภาตรวจสอบภาคประชาชน ใน 77 จังหวัด รวมถึงให้สิทธิประชาชนลงมติถอดถอนนักการเมืองที่ถูกสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติตรวจสอบและไต่สวนว่ามีความผิดจริยธรมร้ายแรง และให้สิทธิประชาชนจัดลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้เข้ารับตำแหน่งส.ส.ได้ จากเดิมที่เป็นสิทธิของแกนนำพรรคการเมือง
“ประเด็นจัดลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ นักการเมืองไม่ชอบ เพราะจะทำงานเหนื่อย นอกจากจะเอาใจหัวหน้าพรรคแล้ว ยังต้องลงพื้นที่เพื่อไปทำงานและเอาใจประชาชนในพื้นที่ อย่างคุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาบอกว่ามันยุ่งยากและต้องแก้ไขนั้น ผมขอร้องให้คุณพงศ์เทพที่นับถือกันมาก็ให้นับถือกันต่อไป เพราะการให้มีระบบเลือกตั้งแบบนี้ไม่ยุ่งยากและทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ที่แท้จริง” นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสื่อมวลชนในร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการระบุถึงการควบคุมการโฆษณาของหน่วยงานรัฐ เพื่อเป็นการปกป้องสื่อให้ปลอดจากกลุ่มอิทธิพล และกลุ่มทุนอย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังได้หารือถึงสื่อมวลชนในตลาดหลักทรัพย์ ตนได้พูดกับส.ส.ของประเทศอังกฤษว่า หากจะห้ามมิให้บุคคลมีหุ้นในสื่อมวลชนทุกประเภทเกินร้อยละ 5 ส.ส.อังกฤษบอกว่าจะนำไปคิด เพราะเจอปัญหาเดียวกัน ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ก็ต้องทำ ขณะที่การปฏิรูปสื่อมวลชน เพื่อประโยชน์ของการรับรู้ข่าวสารของประชาชนให้เป็นที่เชื่อถือของสังคม โดยการผลักดันมาตรฐานการทำงานของสื่อมวลชน รวมถึงส่งเสริมสวัสดิภาพของสื่อมวลชน
ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่ให้มีการแก้ไขบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ที่มานายกฯ คนนอกที่ต้องจำกัดเฉพาะสถานการณ์วิกฤต ยืนยันว่าไม่สามารถบัญญัติคำว่าสถานการณ์วิกฤตไว้ได้ เพราะอาจเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตได้ ขณะที่มีผู้เสนอให้จำกัดวาระของนายกฯ คนนอกเพียง 1 ปีนั้น คงทำไม่ได้ ทั้งนี้ตนมองว่าควรกำหนดให้ใช้เสียงลงมติ 2 ใน 3 เท่านั้น ส่วนประเด็นอื่น อย่าให้ความระแวงจนเกินหรือ โอเว่อร์เกินไป ขณะที่ข้อเสนอให้ปรับที่มา ส.ว. เบื้องต้นจะปรับให้คนที่ต้องการเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว. สมัครตามกลุ่มที่ระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แล้วให้ในกลุ่มต่างๆ นั้นสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสม





