วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสนอเงื่อนไขนายกฯคนนอกใช้เสียงโหวต2ใน3วาระ1ปี

กมธ.ปฎิรูปการเมืองยอมรับนายกฯคนนอก แต่เสนอเงื่อนไขใช้เสียงโหวต 2 ใน 3 จำกัดวาระ 1 ปี พร้อมปรับที่มาส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานถึง การประชุมของคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมืองสภาปฎิรูปแห่งชาติที่ได้หารือถึงสาาระของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า ในประเด็นที่ตั้งไว้จำนวน 6 ประเด็นว่าด้วยพรรคการเมือง ประเด็นที่ 1 พรรคการในส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในส่วนของกลุ่มการเมืองที่ประชุมให้ข้อสังเกตุว่า การให้กลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้จะทำให้เกิดปัญหา อาทิ เป็นการย้อนอดีตที่กลุ่มการเมืองที่ได้รับการพัฒนาเป็นพรรคการเมืองที่มีความเข้มแข็งแล้ว จึงไม่ควรย้อนไปสู่กลุ่มการเมืองเช่นเดิม ทั้งนี้ประเทศไทยมีพรรคการเมืองจำนวนมากสะท้อนให้เห็นว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่ยุ่งยาก หากเทียบกับการจัดตั้งสมาคมให้เป็นกลุ่มการเมือง ขณะที่ความแตกต่างระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง จะทำให้มีกลุ่มการเมืองระกับจังหวัดจำนวนมาก และส่งผลให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขณะที่การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองที่กำหนดให้มีการหยั่งเสียงประชาชนหรือสมาชิกพรรค ซึ่งไม่มีการกำหนดเป็นข้อบังคับให้ตั้งทำจึงอาจเกิดวิธีปฎิบัติที่สองมาตรฐาน และไม่มีหลักการป้องกันอิทธิพลของกลุ่มนายการเมืองในพรรคการเมือง ในกรณีที่ให้การกำหนเีสัดส่วนเพศในผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออาจไม่สามารถทำได้ เพราะการหยั่งเสียงไม่สามารถที่กำหนดให้มีการกำหนดในเรื่องดังกล่าวได้

ประเด็นที่ 2 ว่าด้วยการถอดถอนนัการเมืองโดยประชาชน ที่ประชุมให้ข้อสังเหตุว่าไม่สามารถทำได้ในทางปฎิบัติและกระบวนการมีความยุ่งยาก เนื่องจากประชาชนอาจจดจำการกระทำผิดของนัการเมืองผู้นั้นไม่ได้ ดังนั้นการถอดถอนจึงควรเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ทั้งนี้ของให้เพิ่มเงื่อนไขว่าเพื่อสมัชชาคุณธรรมตรวจสอบพฤติกรรมของนักการเมือง และพบว่าเป็นความผิดควรให้บุคคลนั้นหยุดปฎิบัติหน้าที่

ประเด็นที่ 3 ว่าด้วย การป้องกันและปราบปราบการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ประชุมมีข้อสังเกตุ คือ ให้คงมาตรการแจกใบเหลืองและใบแดงโดยกกต. และในส่วนของคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง(กจต.) ควรพิจารณาที่มาให้เหมาะสม

ประเด็นที่ 4 ที่มาและอำนาจของส.ว. ที่ประชุมมีข้อสังเกตุว่า ส.ว.ควรมีจำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้ง 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 คน และที่เหลือ 123 คนให้มาจากการสรรหา แต่ต้องปรับวิธีและสึกาาเพิ่มเติมถึงวิธีการได้ให้มีความเหมาะสม

ประเด็นที่ 5 ที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมให้ข้อสังเหตุว่า นายกฯควรเป็นส.ส.และได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินครึ่งของที่ประชุมสภา และในกรณีที่มีสถานการณ์วิกฤติซึ่งกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ จนไม่อาจทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้ด้วยความเรียบร้อย โดยมีข้อสังเหตุเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น คือ 1. หากในขณะนั้นยังมีสภาผู้แทนราษฎรให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมจากภายนอกมาเป็นนายกฯได้ โดยต้องใช้คพแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร 2. ในกรณีที่ขณะนั้นอยู่ในระหว่างการยุบสภาให้วุฒิสภาพิจารณาเลือกบุคคลภายนอกมาดำรงตำแหน่งนายกฯ และ3. กรณีนายกฯมาจากบุคคลภายนอกควรกำหนดระยะเวลาในการปฎิบัติหน้าที่ในระยะเวลาไม่ 1 ปี หากมีความจำเป็นต้องบริหารราชการแผ่นดินต่อไป ต้องผ่านความเห็นชอบ ของสภาในขณะนั้น