วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

มือยิงพระหมอสารภาพรับเงินแล้วต้องลั่นไก

มือยิงพระหมอสารภาพรับเงินแล้วต้องลั่นไก

ผบ.ตร.แถลงจับมือยิงพระหมอ เจ้าตัวสารภาพยิงแล้วละอายใจ แต่เป็นลูกผู้ชายรับเงินแล้วต้องทำ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร, พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปัญจ๋า หรือ จ๋า หรือ โบ้ ชารีแสน อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนสงครามยิง พระบัณฑิต สุปณฺฑิโต หรือพระหมอ เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด มรณภาพ ที่ริมถนนลูกรังริมสวนยางพารา (ห่างจากวัดตอสีเสียดประมาณ 2 กม.) หมู่ 15 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา 

พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคดีดังกล่าว ได้สั่งเร่งรัดสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายซึ่งมีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ก่อเหตุอย่างอุกอาจใช้อาวุธปืนสงครามยิงพระสงฆ์มรณภาพ สร้างความรู้สึกสะเทือนใจให้แก่ประชาชนทั่วไป จากนั้นได้สั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. จัดทีมสืบสวน นำโดย พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตร.(สบ 8), พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. และคณะพนักงานสืบสวนในคดีอาญาสำคัญเข้าร่วมกันเร่งคลี่คลายคดี ร่วมกับตำรวจ ภ.4 นำโดย พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ร่วมกับ บก.สส.ภ.4, ภ.จว.อุดรธานี, สภ.เมืองอุดรธานี ขณะเดียวกันก็กำชับให้ บช.ก. โดย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท.ผบช.ก. และ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มทบ.24 ซึ่งมี พล.ต.ธนกร จงอุส่า ผบ.มทบ.24 กำกับดูแล ในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี กระทั่งการสืบสวนพบมูลเหตุของคดีเกิดจากการเข้าใจผิดที่มีต่อพระบัณฑิตฯผู้ตาย  ซึ่งได้มีการจ้างวานมือปืนมาก่อเหตุในครั้งนี้ จากนั้นคณะทำงานได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถระบุตัวและจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้คือ นายปัญจ๋า หรือ จ๋า หรือ โบ้ ชารีแสน เป็นมือปืนที่เจ้าหน้าที่จับกุมและนำมาแถลงข่าวในครั้งนี้ ส่วนคนร้ายอีกคนที่ทราบตัว คือ ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่ (สส).สภ.เมืองอุดรธานี เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”

 จากการสอบสวนนายปัญจ๋า รับสารภาพว่า รู้จักกับ ด.ต.ชาญชัย มานานกว่า 10 ปี โดยด.ต.ชาญชัยได้มาหาที่บ้านพัก ที่ จ.กาฬสินธุ์ แล้วบอกว่าให้เตรียมอาวุธปืนจะพามายิงปลา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจะมายิงคน ตนจึงได้เตรียมอาวุธปืนลูกซองดัดแปลงไว้ใช้ยิงกับกระสุน เอ็ม 16 พร้อมด้วยกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 5 นัด ก่อนเกิดเหตุได้มานอนที่บ้านสวนของ ด.ต.ชาญชัย โดยด.ต.ชาญชัย ได้บอกกับผู้ต้องหาว่า คนที่จะยิงครั้งนี้เป็นพระที่ทำธุรกิจมืดมีพฤติกรรมไม่ดี มีการตกลงค่าจ้าง 50,000 บาท ซึ่งด.ต.ชาญชัย จ่ายค่าจ้างล่วงหน้าจำนวน 30,000 บาท ต่อมาในวันเกิดเหตุ ด.ต.ชาญชัย ได้ขับรถยนต์กระบะแค๊ปสีขาว ยี่ห้อมาสด้า จำทะเบียนไม่ได้มารับที่บ้านสวน และเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ โดยขับรถสวนทางกับพระผู้ตาย ขณะกำลังเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อกลับวัด มีลูกศิษย์วัดเดินนำหน้า 

นายปัญจ๋า สารภาพอีกว่า เมื่อเห็นพระบัณฑิต ด.ต.ชาญชัย ได้ก็ชี้ให้ยิงพระบัณฑิต จากนั้น ด.ต.ชาญชัย ได้กลับรถ แล้วขับตามหลังพระบัณฑิต เมื่อได้ระยะก็หยุดรถ ส่วนตนก็หยิบเอาอาวุธปืนลูกซองดัดแปลงที่เตรียมไว้ แล้วเปิดประตูกระโดดไปขึ้นกระบะรถ วางอาวุธปืนพาดหลังคารถแล้วก็ยิงใส่พระบัณฑิต 1 นัด กระสุนเข้าทางด้านหลังพระบัณฑิตจนล้มลง จากนั้นได้คัดปลอกกระสุนออกและบรรจุใหม่แล้วยิงซ้ำไปที่ร่างพระบัณฑิตที่นอนล้มอยู่ อีก 1 นัด เพื่อให้มั่นใจว่าเสียชีวิตอย่างแน่นอน เมื่อยิงเสร็จได้ลงจากกระบะหลังเข้ามานั่งที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับ ซึ่งด.ต.ชาญชัย ได้ถอยแล้วกลับรถพากันหลบหนีมาที่บ้านสวนของ ด.ต.ชาญชัย ก่อนที่ตนจะเดินทางกลับบ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ด.ต.ชาญชัย บอกว่าจะนำไปทำลายทิ้ง

"หลังเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน ด.ต.ชาญชัย ได้นัดหมายมือปืนให้มารับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ จำนวน 20,000 บาท ที่บริเวณสวนลิง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และ ด.ต.ชาญชัย ได้บอกผมลบเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อกันทุกครั้งออกจากโทรศัพท์ให้หมด โดยการตัดสินใจยิงพระหมอในครั้งนี้ไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องมายิงพระ หลังยิงผมก็รู้สึกละอายใจ ตอนนั้นเหตุการณ์มันกระชั้นชิดผมเป็นลูกผู้ชายรับเงินแล้วก็ต้องทำ เหตุจูงใจเพราะเงิน" นายปัญจ๋า กล่าว

ทั้งนี้ คณะทำงานสืบสวนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพัก ใน จ.กาฬสินธุ์ และอยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัว ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ซึ่งกำลังหลบหนี คาดว่าอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปดูลาดเลาตั้งแต่วันที่ 25-27 ก.พ.และต้องติดตามเสี่ย บ. ผู้ว่าจ้าง มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว