"ยงยุทธ"เผยข้อสรุปสอบขัดแย้งกระทรวงสาธารณสุขขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบ ระบุเสียใจคนด่าเลือกข้าง ย้ำสอบงบสปสช.ไปจ่ายให้โรงพยาบาล
ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความขัดแย้งระหว่างนพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนพ.ณรง สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสธ. ว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยนพ.ณรงค์เป็นผู้ที่จะต้องรับนโยบาย แต่หากมีการความสะดุดในการส่วนการมอบหมายงานต้องมีการสอบสวน ส่วนบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการตรวจสอบนั้นได้มีการตั้งแต่กรรมการตรวจสอบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าพบข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งตนคงไม่สามารถไปบีบบังคับหรือเร่งรัดให้ผลออกมาโดยเร็วได้
เมื่อถามว่าสถานการณ์ภายในกระทรวงสธ.ดีขึ้นหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานมามีความเข้าใจกันมากขึ้น ทางรัฐบาลเองก็ไม่ใช่จะดำเนินการเพียงเรื่องเดียวแต่ได้ดำเนินดำเนินการ 4-5 เรื่องพร้อมกันไป อาทิ การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีการระบุเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณรวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องที่มีผู้ระบุว่าโรงพยาบาลมีการขาดทุน ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเรื่องที่มีการกล่าวหาถึง 8-10 เรื่อง ซึ่งข้อมูลจากทางสปสช.ก็ระบุว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่มีจึงไม่ตรงกัน เลยต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงนอกจากนั้นยังมีกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่เข้ามาตรวจสอบความชอบมาพากลในการใช้จ่ายเงินในบัญชีต่างๆ ซึ่งกระทรวงสธ.ก็ยินดีให้ตรวจสอบ
เมื่อถามว่างบประมาณสปสช.ซึ่งมีจำนวนมากนั้นมีการเข้าไปตรวจสอบบัญชีหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบบัญชีอยู่แล้วซึ่งพบสิ่งผิดปกติบ้างในการใช้เงิน ส่วนที่มีการกล่าวหากันบ้างมีการนำเงินงบประมาณไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลที่เป็นพรรคพวกเดียวกันก็จะต้องตรวจสอบกันต่อไป ซึ่งทางสตง.ก็ได้ตรวจสอบในระบบบัญชีต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร เมื่อผลออกมาก็จะสะท้อนหรืออาจจะต้องปรับเปลี่ยนตัวบุคคลใหม่ หากมีการดำเนินการที่ผิดหรือไม่ชอบมาพากลผู้ปฏิบัติก็ต้องรับผิดชอบ
"เมื่อผมพูดถึงผลงานสตง.ที่ได้ตรวจสอบพบก็ยังมีคนออกมาคัดค้านทั้งๆ ที่ผมบอกว่าสตง.เข้าไปดูแล้วว่ามีความบกพร่องอยู่บ้าง สิ่งนี้ผมเสียใจที่มีคนบอกว่าผมเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งผมแค่พูดความจริงเท่านั้น" นายยงยุทธ กล่าว
เมื่อถามว่าปัญหาในกระทรวงสธ.ที่มีมายาวนานถึงเวลาที่จะต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่แล้วหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องที่ไม่ใช่เฉพาะจุดนี้เท่านั้น แต่ที่ปัญหามันใหญ่ก็เพราะมีงบประมาณจำนวนมากและยังไม่เพียงพอเนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบกว่าแสนล้านบาท ซึ่งอาจจะสูงขึ้นถึงสองแสนบาท จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นเมื่อมีการโต้แย้งกันเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องใหญ่
ส่วนที่มีการระบุว่าปัญหาเกิดจากการบริหารที่ไม่ดีนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนมองว่าระบบบริหารสามารถปรับปรุงต่อไปได้ แต่หลักการที่ยังถูกต้องอยู่คือผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการต้องแยกออกจากกันเพื่อไม่ให้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์





