"พล.อ.อุดมเดช" ผบ.ทบ. ระบุอาวุธสงครามที่พบในพื้นท่ี่ประจวบฯ ไม่เชื่อมโยงการเมือง เร่งตรวจสอบที่มา ชี้หากตรวจสอบพบทหารเอี่่ยวเจอโทษหนัก
พล.อ.อุดมเดช สีัตบุตร รัฐมนตรีัช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษ์ถึงความคืบหน้าพบอาวุธสงครามในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า หลังจากที่ได้มีการเข้มงวดกวดขันและกดดันในพื้นที่ต่าง ๆ และได้ดำเนินการมาตั้งแต่ คสช. และก่อนหน้านี้ก็มีการเข้มงวดกวดขัน เพราะอยากให้ภาพรวมมีความสงบเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ให้นโยบายเกี่ยวกับการดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ การตรวจพบครั้งนี้อาจจะเกิดจากการเร่งรัดหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่ เพราะยังการข่าวที่ได้รับทราบอาจจะยังมีส่ิงที่ในลักษณะดังกล่าว ทั้งอาวุธสงคราม และสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ อาจจะหลงเหลืออยู่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิสูจน์ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร
เมื่่อถามว่า อาวุธสงครามที่พบในครั้งนี้ เป็นอาวุธที่ลักลอบมาจากชายแดนหรือในหน่วยทหาร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตามพื้นฐานสามารถเป็นไปได้ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนมีการเล็ดลอดมาในทางนั้น ทั้งนี้เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นอาวุธสงครามที่ตรวจพบไม่น่าจะเกี่ยวพันกับในเรื่องของการเมือง แต่อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ติดค้างกันมา นอกจากนี้จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นของทางราชการเดิมหรือไม่ หรือ นำมาจากส่วนภายนอก แม้ว่าถุงที่ใส่อาวุธสงครามระบุว่าเป็นของพัน 1 ร้อย 1 แต่ถุงที่ใส่อาวุธจริง ๆ อาจจะไม่ใช่ในทางราชการ แต่ใช้ในการช่วยเหลือดูแลประชาชน และใส่สิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปแจกจ่าย หรือ บางทีก็ใส่เป็นกระสอบทรายกันน้ำท่วมก็มี เพราะถุงที่จะใส่มันขาดแคลน
“การที่จะมีถุุงในลักษณะดังกล่าว และมีวัตถุระเบิดอยู่ข้างในก็ไม่ได้หมายความว่าอันนั้นจะมาจากทางทหารอย่างเดียว จะต้องพิสูจน์จากหมายเลขอาวุธสงครามที่มีอยู่ ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน ส่วนความเป็นได้ที่จะมีเจ้าหน้าที่ทหารลักลออาวุธในค่ายมาจำหน่ายนั้น เรื่องนี้ก็ได้มีการกวดขันอยู่เสมอ และมีการลงโทษ ที่ผ่านมาก็เคยมีในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้้หากใช่ทางกองทัพบกก็จะต้องลงโทษอย่างสถานหนักสำหรับเจ้าหน้าที่ที่กระทำ แต่อย่าเพิ่งไประบุว่าเป็นส่วนใดขอให้ได้มีโอกาสเวลาพิสูจนตัวหมายเลขก่อน เพราะหลายอย่างมาจากทางตะวันออกและไปขายทางตะวันตกก็มี เพราะเคยจับกุมได้ สำหรับเหตุการณ์ที่คนร้ายนำระเบิดมาปาที่ศาลในช่วงที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ได้เป็นวัตถุระเบิดที่มาจากทางทหาร หรือ ตำรวจ หรือทางราชการที่่ใช้ประจำการ แต่มาจากภายนอก แต่ครั้งนี้ที่ตรวจพบที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะต้องพิสุูจน์ว่ามาจากไหนกันแน่” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่่่อถามว่า เป็นความบังเอิญที่ตรวจพบวัตถุระเบิดในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทั้ง ๆ ที่จะมีการประชุม ครม.ในปลายสัปดาห์นี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คิดว่าเป็นไปได้ในเรื่องความบังเอิญส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าจะมีการปฏิบัติในการส่วนการประชุมก็จะต้องมีการประชุมเข้มงวดพิเศษ ดังนั้นคนที่เก็บของเหล่านั้นอยู่ อาจจะมีความกลัวว่าจะถูกตรวจค้น อาจจะเป็นไปได้ว่าเกรงกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะไปตรวจค้นพิเศษในช่วงนี้ จึงได้นำมาทิ้้ิงเอาไว้ หรืออาจจจะเป็นกรณีอื่นซึ่งตนก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าจะมีเกี่ยวโยงในเรื่องการขายต่อในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะต้องดูในรายละเอียด แต่ที่ผ่่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมอาวุธสงคราม และไม่ใช่อาวุธสงครามเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าเราจำเป็นจะต้องดูและอย่าตื่นตระหนก เพราะทางราชการระงับยับยั้ง และตัดไฟแต่ต้นลมหลายส่วน
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะใช้กฎอัยการศึกกดดันกับคนที่มีอาวุธสงครามให้นำมามอบให้กับทางราชการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทางนโยบายของนายกรัฐนตรี ไม่อยากใช้คำนี้ แต่จะใช้เมื่อจำเป็น หรือใช้เฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เป็นเหตุการณ์รุนแรง และมั่นใจว่าใช้ และจำเป็นแล้วจะต้องดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และต้องทำให้เกิดความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ถึงได้นำมาใช้ เราไม่ได้ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ แต่โดยทั่วไปพยายามใช้กฎหมายปกติอยู่ ทั้งนี้รัฐบาลพยายามให้อยู่ในส่ิ่งที่ให้อภัยและปรองดอง แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วมีผลกระทบ ตนก็เห็นด้วยท่ี่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่่อดำเนินการตามกฎหมายงคนส่วนน้อยก็เอามาโจมตีว่าทำรุนแรงเกินไปเป็นการละเมิดสิทธิต่าง ๆ อันนี้ถือเป็นปัญหา แต่ตนคิดว่าอะไรผิดก็ว่าไปตามความผิด อะไรไม่ดีก็จะต้องใช้กฎหมาย เมื่อถึงเวลาใช้กฎหมายก็จะต้องใช้ในการดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง มีการโปรยใบปลิวต่อต้านการทำงานของ รัฐบาล - คสช. แสดงว่าคนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจเจตนารมย์ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราได้พยายามแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงทุกสัปดาห์ บางคนที่ไม่เข้าใจก็จะไม่เข้าใจ แต่บางคนเข้าใจก็ติดตามว่าขณะนี้ รัฐบาล และ คสช. ทำอย่างนี้อยู่ และมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่าง ๆ และรายการเดินหน้าประเทศไทยก็พยายามชี้้แจง ดังนั้นขอความร่วมมือในการช่วยกันฟัง และทำความเข้าใจ ส่ิงต่าง ๆ ที่่เกิดขึ้นบางคนจะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างไรก็ตาม แต่ความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วยเป็นปรปักษ์มาตั้งแต่ดั้งตั้งแต่เดิมขอให้ลดและละว่างตรงนี้ และมาดูส่ิงที่ดี ๆ เรียบร้อย ว่าเรากำลังจะเดินหน้า ซึ่งหลายอย่างที่เราถูกจัดลำดับในส่ิงที่ดี ๆ ไว้ เมืองน่าอยู่อะไรเป็นต้น เปอร์เซ็นต์คอรัปชั่นไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังดีขึ้น เพราะเดินหน้าที่จะทำเรื่องต่าง ๆ แม้แต่เรื่องแรงงานที่ไม่ถูกต้องจนทำให้เป็นผลในการจัดลำดับที่ไม่สู้จะดี แต่เราก็ได้มีการแก้ไขปัญหาในเรื่่องแรงงานประมง หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เข้าไปดูแลจัดระเบียบดูแลทำความถูกต้องให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เราได้ทำไว้มากแล้ว แต่จะรวดเร็วไม่ได้ เพราะการบริหารจะต้องลำดับและใช้เวลา เพราะเราต้องการให้เดินอยู่ในกรอบของความถูกต้องของครรลองกฎหมายอะไรไม่ใช่เรื่องที่จะต้องใช้อำนาจพิเศษก็จะไม่ใช่แล้ว แต่จะอาศัยความร่วมมือกับเราทุกคน
เมื่อถามว่า กลุ่มพลเมืองโต้กลับแปลงเนื้้อเพลงมาร์ชกองทัพบก จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า มันก็ไม่ดี จะมาแปลงเนื้้อเพลงที่ดี ๆ มันก็เกิดความไม่ดีึขึ้นมา แต่เราก็อดทน ใครเห็นใครรู้ใครรับทราบใ้ครฟังก็จะต้องช่วยทหารที่จะประฌามส่ิงต่าง ๆ เหล่านี้ว่า เกียรติภูมิของหน่วยราชการต่าง ๆ เขามี แต่ไปปรับไปแปลงในทางที่ไม่ดีไม่งามจะดีได้อย่างไร ดังนั้นจะต้องรู้จักให้เกียรติส่วนที่ทำงานอยู่ หากออกมาแปลงแบบนี้ก็ทราบอยู่แล้ว ใครที่ทำไม่ดีก็จะต้องช่วยกันบอกว่าคุณกำลังทำส่ิงที่ไม่ดีอยู่ ควรจะกลับมาทำให้ส่ิงที่ดี ๆ ตนอยากให้พวกเราช่วยกัน คนที่ไม่ดีจะได้ไม่กล้าทำอะไร แต่เรานิ่งเฉย และเวลาทำอะไรไม่ดีและนำมาประชาสัมพันธ์ให้ด้วยจะกลายเป็นว่า คนที่ทำไม่ดี และทำได้ผลขึ้นมา ดังนั้นต้องอาศัยประชาชน และสื่อช่วยกัน ใครไม่ดีก็จะต้องช่วยออกข่าวในทางที่ให้มีความรู้สึกว่าควรหยุดได้แล้ว

