โฆษกกลาโหมเเจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการทำประมงและการค้ามนุษย์ในแรงงานประมง
พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2014 ซึ่งไทยถูกปรับลดอันดับลงมาอยู่ในบัญชีกลุ่ม Tier 3 ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด เป็นผลมาจากการที่ไทยถูกกล่าวหาว่ามีการดำเนินการที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐฯ และไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยเหยื่อค้ามนุษย์ในไทยส่วนใหญ่ถูกชักจูงเข้าไปในอุตสาหกรรมประมง และอื่นๆ ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU)
ได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ( Illegal Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU Fishing ) เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรประมงและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากไทยไม่เตรียมการหรือมีมาตรการรองรับการแก้ปัญหาต่อเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง จะมีผลกระทบที่น่าจับตามอง คือ ภาพรวมการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และ EU โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงและภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก จะได้รับความเสียหายอย่างมาก
จากสภาพปัญหาการค้ามนุษย์และการประมงที่สั่งสมและถูกละเลยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังกล่าว คสช. และรัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจ คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. และ รมว.กห. เป็นประธาน ได้พยายามผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU และการค้ามนุษย์ในแรงงานประมงอย่างจริงจัง โดยจัดทำเป็นแผนการปฏิบัติงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านการประมง ซึ่งจะครอบคลุมวงรอบกิจกรรมประมง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจน้ำ และทหารเรือ (ศรชล.) พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลาและเจ้าภาพรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ โดยมีความคืบหน้าการดำเนินงานไปมาก สรุปได้ดังนี้
1. การจัดระเบียบเรือประมง ได้จัดทำฐานข้อมูลเรือประมงและแรงงานประมง โดยให้เรือประมงที่ไม่ได้จดทะเบียนมาจดทะเบียนเพิ่ม ระหว่าง 12 ม.ค.- 28 ก.พ.58 จำนวน 4,243 ลำ รวมแล้วมีเรือประมงที่มีทะเบียนถูกต้องแล้ว จำนวน 50,970 ลำ จากที่มีประมาณการทั้งสิ้น 53,000 ลำ นอกจากนั้น ได้แจ้งให้เจ้าของเรือหรือบริษัทเจ้าของเรือจะต้องทำใบอนุญาตทางประมงและใบอนุญาตใช้เครื่องมือทำการประมง เพื่อให้การทำการประมงเป็นไปอย่างถูกต้อง 2. การตรวจเรือประมงอย่างเข้มข้น ทั้งที่ท่าเรือและในทะเลเพื่อรองรับมาตรการการจัดระเบียบเรือและการป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย โดยได้จัดเรือลาดตระเวนตรวจสอบเรือประมงในทะเล รวม 77 ลำ ต่อมาตรการดังกล่าว 3. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมและติดตามตำแหน่งเรือประมงหรือศูนย์ควบคุม VMS ให้บริการท่าเรือประมง ให้แล้วเสร็จและพร้อมดำเนินการภายใน มี.ค.58 พร้อมทั้งพัฒนาระบบเชื่องโยงการตรวจตราเฝ้าระวัง ระหว่างเรือตรวจการ – ศูนย์ VMS – ท่าเรือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมติดตามเรือประมง
4. การออกข้อบังคับให้เรือประมงติดตั้ง VMS โดยจัดทำเป็นร่างกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือของกรมเจ้าท่าและกรมประมง เพื่อติดตามควบคุมและช่วยเหลือเรือประมงทั้งการทำประมงในและนอกน่านน้ำไทย
5. การแจ้งเรือเข้า – ออก โดยจัดตั้งเป็น “ศูนย์ให้บริการเรือประมง” จำนวน 26 แห่ง โดยเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อทำหน้าที่ควบคุมแจ้งเรือเข้า – ออก รวมถึงอำนวยความสะดวกที่ท่าเรือในเรื่องการอนุญาต การรับรายงาน ตลอดจนการบริการอื่นๆ
6. การเฝ้าติดตามเรือประมง ตลอดเวลาที่เรือประมงทำการประมงอยู่ในทะเล ศรชล. จะเฝ้าติดตามวิเคราะห์พฤติกรรมเรือไทยทำประมงทั้งในเขตในและนอกน่านน้ำไทย โดยพร้อมให้การช่วยเหลือ
7. การจดทะเบียนและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวทำประมงทุกคนต้องมีใบอนุญาตให้ทำงาน หรือ Work Permit และกำหนดให้มีสัญญาจ้างงานกับเจ้าของเรือที่ถูกต้องรวมทั้งควบคุมจำนวนลูกเรือตามที่กำหนด
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว เป็นความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงของรัฐบาล ร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคม ที่จะแก้ปัญหาและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ประจำปี 2014 และการทำประมงให้ได้มาตรฐาน ตามมาตรการที่สหภาพยุโรปกำหนด หรือ IUU Fishing จึงมีความจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือของทุกภาคส่วนของสังคมอย่างกว้างขวาง ในการแก้ปัญหาที่เป็นฐานรากของการค้ามนุษย์และการประมงที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและยั่งยืน





