วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

คุก3พี่น้อง 'สุวะดี' เครือข่ายพงศ์พัฒน์

คุก3พี่น้อง 'สุวะดี' เครือข่ายพงศ์พัฒน์

ศาลพระโขนง พิพากษาจำคุก 11 ปี “3พี่น้องตระกูลสุวะดี” หมิ่นเบื้องสูง–ข่มขู่กักขัง–ลักทรัพย์ผู้อื่นปี 57 รับสารภาพเหลือโทษจำคุก5ปี6เดือน

ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ณัฐพล หรือนายณัฐพล สุวะดี อายุ 30 ปี , นายณรงค์ สุวะดี อายุ 42 ปี , นายสิทธิศักดิ์ สุวะดี อายุ 25 ปี จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน หมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท , หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ , ร่วมกันมีอาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 310 , 371 และความผิด ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 ซึ่งชั้นพิจารณาจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

โดยคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 มี.ค.57 เวลา 07.30 น. จำเลยพร้อมกับพวกได้พากันมาดักรอ นายวิทยา ปัญญาทวีกูล ผู้เสียหาย ที่หน้าบ้านพักซอยสุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จากนั้นใช้อาวุธปืนขู่บังคับ นายวิทยาไปที่บ้านหลังหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 3 แขวงและเขตทวีวัฒนา เพื่อพบกับนายณัฐพล จำเลยที่ 1 ซึ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นพระญาติในสถาบันเบื้องสูง แล้วบังคับให้นายวิทยา ติดต่อบุคคลที่รู้จักให้ไปเจรจาเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่กับพลเรือนรายหนึ่ง เมื่อนายวิทยาได้พยายามติดต่อบุคคลผู้ใกล้ชิดให้ไปพบพวกผู้ต้องหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้วัดศรีเอี่ยม ถ.บางนาตราด แต่บุคคลนั้นไม่ยอมออกมาพบผู้ต้องหาจึงควบคุมตัวนายวิทยาไว้ กระทั่งวันที่ 21 มี.ค.57 เวลา 01.05 น.ได้พานายวิทยาออกจากบ้านแล้วปล่อยตัวไป แต่ระหว่างนั้น พวกผู้ต้องหา ก็ได้ลักเอาบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ รวมทั้งเงินสดประมาณ 2,000 บาท ที่เป็นทรัพย์สินของนายวิทยา ไปด้วย ภายหลังนายวิทยา จึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง กระทั่งได้ขอศาลจังหวัดพระโขนงออกหมายจับ โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ย.57 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน กก.บก.น.5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระโขนง กับพวก ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ซึ่งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน ประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-3 กับพวก ได้ร่วมกันมีและพาอาวุธที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน ไปในซอยสุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. และได้ใช้อาวุธปืนบังคับนายวิทยา ผู้เสียหายให้นั่งรถไปกับพวกจำเลย โดยพาไปควบคุมไว้ที่บ้านที่ตั้งอยู่ในแขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. แล้วบังคับให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ติดต่อกับ น.ส.วิมลรัตน์ ไขว้วงศ์ เพื่อให้มาพบกับจำเลยที่ 1-3 กับพวก แล้วได้แอบอ้างถึงเบื้องสูง อันเป็นการดูหมิ่นองค์รัชทายาทเพื่อให้ผู้เสียหาย และ น.ส.วิมลรัตน์ มอบเงินให้พวกจำเลย

จึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษทุกความผิด จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 5 ปี ฐานร่วมกันดูหมิ่นองค์รัชทายาท ฯ , จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ , จำคุกคนละ 2 ปี ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และ จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันลักทรัพย์ รวมจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 11 ปี แต่จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 5 ปี 6 เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัว นายณัฐพล, นายณรงค์ และนายสิทธิศักดิ์ พี่น้องตระกูลสุวะดี มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ซึ่งระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสามไม่ได้รับการประกันตัว โดยเมื่อศาลอ่านคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสามไปคุมขังยังเรือนจำต่อไป

ขณะที่คดีนี้อัยการ ยังได้ยื่นฟ้อง นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ , นายชากานต์ ภาคภูมิ , นายวิทยา เทศขุนทศ และนายชลัช โพธิราช ร่วมเป็นจำเลยที่ 4 – 7 กับสามพี่น้องตระกูลสุวะดีด้วย แต่เนื่องจากนายสุทธิศักดิ์ กับพวกให้การปฏิเสธ ศาลจึงให้อัยการโจทก์ แยกฟ้องนายสุทธิศักดิ์กับพวกรวม 4 คน เป็นคดีใหม่ ซึ่งศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป