วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิ่งลักษณ์' โอดหลักนิติธรรมขาดหาย 'ทักษิณ'ขออย่าท้อ

ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง “ยิ่งลักษณ์”คดีจำนำข้าว นัดสอบคำให้การครั้งแรก 19 พ.ค. ซึ่งเจ้าตัวต้องไปศาล

“อัยการ”มั่นใจพยานหลักฐานแน่น จัดพยาน 13 ปากให้การ ขณะอดีตนายกฯ มั่นใจในความบริสุทธิ์-หลักฐานที่จะพิสูจน์ชั้นศาล โอดหลักนิติธรรมขาดหาย ด้าน “ทักษิณ”ต่อสายให้กำลังใจอย่าท้อ ทนายยัน“ยิ่งลักษณ์”ไปศาลแน่ “ประวิตร”ลั่นคสช.ไม่ขัดข้องนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมการเมือง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(19 มี.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้อง คดีที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด(อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหนาที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท


โดยก่อนการอ่านคำสั่งดังกล่าว องค์คณะได้ประชุมกันเพื่อเลือกเจ้าของสำนวน ซึ่งมีมติเลือก นายวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา เป็นเจ้าของสำนวน


จากนั้นนายวีระพล พร้อมองค์คณะทั้ง 9 คน ได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง โดยองค์คณะพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาฯ จึงให้ประทับฟ้องคดีไว้ และนัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย วันที่ 19 พ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. และให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ โดยให้โจทก์หรือผู้แทนโจทก์ นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมาย ภายใน 7 วัน หากการส่งหมายไม่พบจำเลยหรือไม่มีผู้รับแทนโดยชอบ ให้ปิดหมายแทน


อัยการเตรียมพยาน13ปากให้การ
นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน รองหัวหน้าคณะทำงานคดีจำนำข้าว แถลงว่า คดีนี้อัยการโจทก์ได้เตรียมพยานบุคคลไว้ 13 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่จะนำสืบประเด็นข้อกฎหมายว่า จำเลยมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายอย่างไรบ้าง และมีพยานเอกสารที่ได้จากหน่วยงานราชการ และพยานวัตถุต่างๆ โดยมั่นใจว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์เพียงพอและครบถ้วนทุกประเด็น
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก หากนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินทางมารายงานตัว ศาลก็อาจจะพิจารณาออกหมายจับก็ได้


สำหรับขั้นตอนในวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรกนั้น ศาลจะอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยเข้าใจ และสอบถามจำเลยว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธอย่างไร รวมทั้งศาลจะมีคำสั่งในเรื่องการขอปล่อยชั่วคราว จากนั้นก็จะกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นบัญชีพยานว่ามีจำนวนกี่ปาก สืบประเด็นไหนและอะไรบ้าง จากนั้นก็จะกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจนัดพิจารณาลับหลังจำเลยได้ ส่วนตัวจำเลยก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาลในวันนัดไต่สวนพยานก็ได้


เมื่อถามว่า ระหว่างนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ จะเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ หรือต้องรอยื่นประกันตัวก่อน นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องยื่นประกันตัว ส่วนจะเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ เป็นอำนาจพิจารณาของศาล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยไปแล้ว แต่ถ้าภายหลังพบว่าจำเลยมีพฤติการณ์ยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือมีพฤติการณ์หลบหนี อัยการก็สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการปล่อยชั่วคราวได้


“ยิ่งลักษณ์”ซัดหลักนิติธรรมขายหาย-เร่งฟ้อง
ขณะที่ภายหลังรู้คำสั่งศาล นางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Yingluck Shinawatra” ตอนหนึ่งระบุว่า ขอตั้งข้อสังเกตต่อเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ “หลักนิติธรรม” ที่พึงต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาเพื่ออำนวยความยุติธรรมนั้น ได้ขาดหายไปในคดีที่เกี่ยวกับตัวดิฉัน เห็นได้จากรายงานและสำนวนคดีพร้อมความเห็นของ ป.ป.ช.เอง ก็ระบุอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีพยานหลักฐานว่าดิฉันกระทำการทุจริต หรือสมยอมให้ผู้ใดทุจริต” แต่ก็มีการชี้มูลความผิดกับดิฉัน และก่อนหน้าที่อัยการสูงสุดจะฟ้องคดี อัยการสูงสุดได้ชี้ข้อไม่สมบูรณ์ของคดีนี้หลายเรื่อง ตามที่เป็นข่าวทราบกันโดยทั่วไป และต่อมาทั้งที่ทางอัยการยังไม่ได้มีการสืบพยานหลักฐานให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะฟ้องคดีนี้ แต่กลับมีการเร่งรีบที่จะส่งฟ้อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นไปตามกระบวนการปกติที่ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา


นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุด้วยว่า เมื่อศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับฟ้องคดีนี้ ก็มั่นใจในความบริสุทธิ์และเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่จะนำมาพิสูจน์ความจริงต่อศาล และหวังว่าในการพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกาฯ ตนจะมีสิทธิที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง และขอให้มีการพิจารณาอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ปราศจากอคติใดๆ


ทนายยัน19พ.ค.“ยิ่งลักษณ์”ไปศาลแน่
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความ นางสาวยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทีมทนายความ ยังไม่ได้หารือกันถึงรายละเอียดคดี เพราะรอดูคำฟ้องของอัยการที่จะส่งสำเนามาให้พร้อมกับหมายก่อน ส่วนที่อัยการระบุเตรียมพยานไว้นำสืบ 13 ปากนั้น เราต้องดูก่อนว่าคำฟ้องของอัยการบรรยายพฤติการณ์กล่าวหาอย่างไรบ้าง ทีมทนายความจึงจะประชุมหารือกำหนดพยานบุคคลอีกครั้งว่าฝ่ายจำเลยจะมีใครบ้าง


ทั้งนี้จะมีการหารือกันในทีมทนายความเมื่อได้รับสำเนาคำฟ้องของอัยการโจทก์มาแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 พ.ค. ยืนยันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ จะเดินทางไปศาลอย่างแน่นอน


“ทักษิณ”ต่อสายให้กำลังใจน้องสาวขออย่าท้อ
ขณะแหล่งข่าวจากคนใกล้ชิด นางสาวยิ่งลักษณ์ เปิดเผยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้รับโทรศัพท์ให้กำลังใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นพี่ชาย ภายหลังจากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้อง โดยให้กำลังใจว่า อย่าท้อถอยในการต่อสู้คดีรับจำนำข้าวที่เข้าสู่ศาล


นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมองว่าคดีนี้มีการวางเป้าหมายให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ โดนคดีอาญา เพราะไม่ต้องการให้เล่นการเมืองตลอดชีวิต ส่วนการชดใช้ความเสียหายต่อรัฐ ยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาการต่อสู้ทางคดีแพ่งไปอีกหลายปี กว่าจะถึงขั้นฎีกา รวมถึงแม้ว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำสั่งประทับรับฟ้อง แต่กว่าจะนัดไต่สวน ยังต้องใช้เวลาอีก 45 วัน ซึ่งทีมทนายจะยื่นประกันตัวในทันที


แหล่งข่าวระบุด้วยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้วิตกกังวลกับคดีนี้ เพราะทีมทนายได้เตรียมพยานหลักฐานต่างๆ ไว้ต่อสู้คดีแล้ว รวมทั้ง ครม.ในสมัยนั้น ก็จะร่วมเป็นพยานด้วยถึงการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวที่ช่วยเหลือให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาดีขึ้นกว่า 80% และยังรวบรวมหลักฐานผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายข้าว ที่มีการรับทราบ และมีการหารือถึงปัญหาในการรับจำนำข้าวทุกครั้งก่อนเปิดฤดูกาลรับจำนำข้าวปี 2555-2557 ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการสู้คดีไว้พร้อมแล้ว โดยจะนัดให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ มาร่วมประชุมกับทีมทนายอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพ.ค.


อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนเม.ย. นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เตรียมเดินสายทำบุญในวัดชื่อดังทางภาคอีสานไว้แล้ว
นายกฯโยนถามศาลหาก“ยิ่งลักษณ์”ขอไปนอก


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า “เหรอ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แสดงว่าหลังจากนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ไปถามศาล ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการก่อน