วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดทรัพย์คดีสหกรณ์คลองจั่นเพิ่มอีก7พันล้าน

คณะกรรมการธุรกรรมปปง. มีมติยึดทรัพย์คดีสหกรณ์คลองจั่นเพิ่มอีก 7,000 ล้าน รวม 192 รายการ หลังพบ“ศุภชัย”ถ่ายโอนให้บุคคลอื่นถือครองแทน

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. กล่าวถึงความคืบหน้าการยึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายที่มีธุรกรรมการเงินเกี่ยวข้องนายศุภชัย ศรีอักษร อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จำกัด ว่า จากการติดตามเส้นทางการเงินพบว่านายศุภชัยนำเงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์ไปซื้อทรัพย์สินหลายการที่มีการปกปิดด้วยการใช้ชื่อบุคคลอื่น โดยล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์เพิ่มเติม 192 รายการ คิดเป็นมูลกว่า 7,000 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นทรัพย์ของบุคคล 8 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับโอนทรัพย์สินจากนายศุภชัย ประกอบด้วย นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล นางรินนา วัฒนาศิรินุกุล นายกิตติธัช วัฒนาศิรินุกุล นายวัฒชานนท์ นวอิสรารักษ์ นางสิริกร นวอิสรารักษ์ น.ส.อริสรา นวอิสรารักษ์ นายอภิชัย ศรีม่วงงาม และนายธวัช ฮ่วนสกุล

“สำหรับรายการทรัพย์สินที่ยึดและอายัดมีดังนี้ 1.หุ้นในบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอส.ดับบลิว.ภูเก็ตกรุ๊ป(ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอส.ดับบลิว.ลันตากรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 11 รายการ มูลค่า 6,600 ล้านบาท 2.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในจ.ปทุมธานี 7 รายการ 3.รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 4 รายการ 3.บัญชีเงินฝากธนาคาร 18 บัญชี 194,205 บาท 4.หุ้นในบริษัท จีแอลโอดับบลิว ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด 3 รายการ มูลค่า 500 ล้านบาท 6.ที่ดินตามโฉนด 24 รายการ และ 7. ทองรูปพรรณ พระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องประดับ อาวุธปืน กรมธรรม์ บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 125 รายการ”พ.ต.อ.สีหนาทระบุ

เลขาธิการปปง. กล่าวต่อว่า ปปง.ยังคงติดตามตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวหากพบว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้อกับการกระทำผิดก็ต้องยึดและอายัดไว้เพื่อนำไปชดใช้ให้กับผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด โดยก่อนหน้านี้ปปง.มีมติยึดและอายัดทรัพย์นายศุภชัยคิดเป็นมูลค่าเกือบ 4,000 ล้านบาท รวมกับครั้งนี้ทำให้มีทรัพย์ที่สามารถเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายประมาณ 10,000 ล้านบาท ยืนยันว่าผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจะไม่สูญเงินทั้งหมด แต่จะได้รับเงินคืนมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการทรัพย์สิน ซึ่งปปง.ไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้จะส่งทรัพย์สินที่ยึดและอายัดได้ทั้งหมดกลับไปให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งต่อไปให้สหกรณ์ฯบริหารจัดการ

เลขาธิการปปง. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่สหกรณ์ฯได้รับคืนเงินค่าเช็คสั่งจ่ายบริจาคเข้าวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยเป็นเงิน 684 ล้านบาท นั้นเป็นการคืนเงินตามจำนวนเช็ค 13 ฉบับที่วัดและพระสงฆ์ยอมรับว่าได้รับบริจาคเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การสอบสวนความผิดในคดีอาญาเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องพิสูจน์เจตนาของผู้รับ แต่ย้ำว่าเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินปปง.ยังคงต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีเช็คที่สั่งจ่ายให้กับพระวัดพระธรรมกายรูปอื่นที่ยังไม่มีการคืนเงิน ทั้งพระมนตรี พระครูปลัดวิจารย์ รวมถึงบางส่วนที่บริจาคให้กับมูลนิธิด้วย