วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิปสปช.จี้ลาออกตั้งเครือญาติเป็นผู้ช่วยฯ

วิปสปช. ยึดแนวทางสนช. กรณี ตั้ง"เครือญาติ"เป็นผู้ช่วยฯ จี้ลาออกทั้งหมด เพิ่มวันประชุม

ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ วิปสปช.แถลงภายหลังการประชุมว่า ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ดาวน์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนร่วมประชุมได้นำข้อหารือของ คสช.มาแจ้งต่อที่ประชุมวิปสปช. โดยได้ขอให้ สปช.ชี้แจงแนวทางการปฏิรูปด้านต่างๆให้ชัดเจนถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องปฏิรูป แล้วจะปฏิรูปอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์ และจะใช้เวลาดำเนินการเท่าไหร่ โดยขอให้มีการประสานการทำงานกับทางคณะรัฐมนตรี และคสช.อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในส่วนของครม.ได้มีการแจ้งให้วิปสปช.ทราบถึงการขอเปิดสัมปทานปิโตรเลี่ยม รอบที่ 21 ที่จะต้องมีการแก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของ ครม.คาดว่าอีก 3 เดือนจะแล้วเสร็จ ซึ่งในระหว่างนี้ทางครม.ได้ขอข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นของสมาชิก สปช.เพื่อตอบสนองด้านความมั่นคงทางด้านพลังงาน แต่ต้องเป็นความเห็นที่ไม่ขัดแย้ง

นายวันชัย กล่าวว่า สำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯได้พิจารณาแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการทบทวนก่อนนำมาขอความเห็นจาก สปช.นั้น ทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ครม.ร่วมศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย โดยมอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นหัวหน้าทีมเพื่อการศึกษา ส่วนการประสานการทำงานร่วมกันของของแม่น้ำ 5 สาย อยากให้มีการส่งตัวแทนที่เกี่ยวข้องต่อการปฏิรูปด้านนั้นๆเข้ามาชี้แจงเพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิและไม่มีความขัดแย้ง ส่วนการเสนอกฎหมายที่หลายฝ่ายมีอำนาจในการเสนอกฎหมายก็อยากให้มีการประสานงานกัน เพื่อไม่ให้การออกกฎหมายมีความซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน นอกจากนี้ทางวิปสปช.ได้มีการเพิ่มกำหนดการนัดประชุมเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ คือ วันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ เพื่อที่จะสามารถพิจารณาแนวทางการปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการต่างๆได้พิจารณาแล้วเสร็จ โดยประเด็นในการปฏิรูปเรื่องสำคัญ อาทิ การปฏิรูปด้านบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปด้านการทุจริตประพฤติมิชอบ การปฏิรูปกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น

ส่วนกรณีการแต่งตั้งเครือญาติเป็นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ช่วยประจำตัวสมาชิก สปช.นั้น ที่ประชุมได้มีการหารือกัน โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.ได้ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิดข้อมูลในส่วนดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่นายเทียนฉายไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เป็นอำนาจของข้าราชการ โดยคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นที่ประชุมวิปสปช. ก็มีมติให้นำแนวทางของวิปสนช.ที่แนะนำให้สมาชิกมีการปรับเปลี่ยนตัวที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ช่วยที่เป็นเครือญาติออกจากตำแหน่งทันที เพื่อสนองความต้องการของสังคมที่มีความเคลือบแคลงการแต่งตั้ง ส่วนประเด็นดังกล่าวจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการปฏิรูปประเทศหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน