"ดีเอสไอ" ปูดปม "อดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่น" โอนเงินให้วัดอีสานซื้อที่ดิน23ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(17 มี.ค.) ที่วัดปัจฉิมทัศน์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้เข้าสอบสวนพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ เจ้าอาวาสวัดปัจฉิมทัศน์ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เนื่องจากมีเช็คที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สั่งจ่ายเมื่ออปี 2553 เป็นเช็คเงินสดจำนวน 23 ล้านบาท เข้าธนาคารกรุงไทย สาขามหาสารคาม บัญชีพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ ต่อมาพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ ได้นำเช็คไปขึ้นเงิน และเบิกออกไปซื้อที่ดินบริเวณข้างวัด
น.ส.กนกลดา เจริญศิริ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ หรือ พระมหาประเสริฐพร ฐิติสิริ เจ้าอาวาสวัดปัจฉิมทัศน์ ถึงกรณีเช็คที่สั่งจ่ายเป็นเงินสด 23 ล้านบาท ทราบว่าได้รับมาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ซึ่งก่อนหน้านั้นในปี 2552 พระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร กรุงเทพฯ เดินทางมาที่ จ.มหาสารคาม แล้วมีการปรารภกับคณะสงฆ์ด้วยกันว่า ทางวัดปัจฉิมทัศน์ต้องการจะซื้อที่ดินข้างเคียงซึ่งติดกับวัด หากแต่ลำพังกำลังศรัทธาของญาติโยมในพื้นที่อาจจะไม่เพียงพอ พระพรหมดิลกจึงได้รับปากว่าจะหาคนมาช่วยบริจาคเงินซื้อที่ให้แก่ทางวัด
ต่อมาปลายปี 2552 ก็ได้มีการพูดคุยกับ นายศุภชัย ว่าจะบริจาคเงินมาซื้อที่ดินให้ ซึ่งตอนนั้นพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ยังไม่มีบัญชีวัด มีแต่บัญชีส่วนตัว ทางนายศุภชัยก็ไม่ขัดข้อง ได้สั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีพระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ จากนั้นได้นำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารและนำเงินไปซื้อที่ดินข้างวัด เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา มูลค่า 23 ล้านบาท โดยซื้อในปี 2553 และโอนที่ดินแล้วเสร็จในปี 2554
“จากการสอบสวนยังไม่พบพิรุธใดๆ เชื่อว่าทางวัดไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยดีเอสไอจะได้เรียกเจ้าของที่ดินที่ขายให้กับทางวัด มาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่” น.ส.กนกลดา กล่าว
ด้าน พระครูศรีมหาชยาภิมณฑ์ เจ้าอาวาสวัดปัจฉิมทัศน์ กล่าวว่า เมื่อปี 2552 มีพระผู้ใหญ่ คือ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ และเห็นพื้นที่ข้างวัดแปลงใหญ่ จึงแนะนำให้วัดซื้อเอาไว้ โดยรับว่าจะช่วยเหลือแนะนำให้ผู้มีจิตศรัทธาคนหนึ่งมาช่วยซื้อถวาย ต่อมาทราบว่าคือ นายศุภชัย ซึ่งให้ความเคารพศรัทธา โดยที่ดินดังกล่าวตอนแรกเจ้าของจะขายในราคา 25 ล้านบาท จึงได้ต่อรองเหลือ 23 ล้านบาท พอได้ราคาจึงโทรศัพท์ไปแจ้งกับนายศุภชัย จากนั้นจึงได้โอนเงินให้ ทั้งนี้ ได้เก็บหลักฐานเอาไว้ทั้งหมด โดยตั้งปณิธานว่าจะต้องทำให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ โดยส่วนตัวไม่ได้สนิทสนมกับนายศุภชัยเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยความที่นายศุภชัยมีความใกล้ชิดกับพระพรหมดิลก และอาตมาก็เป็นลูกศิษย์ของพระพรหมดิลกจึงได้รู้จักกัน
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายตั้งกองทุนเยียวยาเพื่อรวบรวมเงินคืนให้แก่สหกรณ์ฯ คลองจั่น 684 ล้านบาทว่า การที่วัดพระธรรมการตั้งกองทุนเยียวยา เป็นการแสดงเจตนาดี แต่คดีฉ้อโกงประชาชนยอมความกันไม่ได้
วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีกลุ่มที่อ้างว่าเป็น “เครือข่ายสหกรณ์ยูเนี่ยน” นำโดย นายชัยณรงค์ หนูจีนเส้ง ผู้จัดการใหญ่เครือข่ายสหกรณ์ยูเนียนเคหะรัษฎาภูเก็ต เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวกรณีการทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนทำให้กระทบต่อเครือข่ายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศที่มีกว่า 1,200 แห่ง จนทำให้สมาชิกเกิดความไม่มั่นใจและทยอยถอนเงิน รวมถึงลาออกจากการเป็นสมาชิกจำนวนมาก
ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าดูแลให้การช่วยเหลือเครดิตยูเนี่ยนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยดูแลสื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่มีความอ่อนไหว ขอให้สร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์แก่สมาชิกและประชาชนผ่านทางรายการคืนความสุขให้คนในชาติ
นายชัยณรงค์ กล่าวยืนยันว่า สหกรณ์ไม่เคยได้ค่าตอบแทนในการฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และเชื่อมั่นว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและสหกรณ์อื่นๆ จะไม่ล้ม เพราะขณะนี้ยังสามารถบริหารสภาพคล่องของแต่ละสหกรณ์ด้วยตนเองได้





