วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯย้ำ'น้องแหวน'เอี่ยววางระเบิด

"พล.อ.ประวิตร"ชี้การยกเลิกกฎอัยการศึก ต้องยุติการเคลื่อนไหวก่อน ด้านนายกฯบอกลดลงมากแล้ว เผย"น้องแหวน"เชื่อมโยงเหตุระเบิด

ที่ท่าอากาศยานกองบิน 6 อาคาร 2 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้มีการยกเลิกกฏอัยการศึก ในช่วงเดือนสิงหาคม หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย หรือรัฐธรรมนูญเริ่มเป็นรูปเป็นร่างนั้นว่า การพิจารณายกเลิกยังต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ว่ามีความเหมาะสมขนาดไหน ซึ่งยังคงมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงเดือนสิงหาคม หากยังมีสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดก่อน เพื่อให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าประเทศต่อไปได้

ส่วนข้อเรียกร้องไม่ให้พิจารณาคดีของพลเรือนในศาลทหารนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การดำเนินการต่างๆยังต้องเป็นไปตามข้อกฏหมาย ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการอะไรนอกเหนือกฏหมาย

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการควบคุมตัวนางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือน้องแหวนนั้น ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการใดๆโดยพละการ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ได้สั่งการในเรื่องการดูแลความมั่นคงไปแล้ว ขณะนี้การดำเนินการเป็นระบบแล้ว และผู้ที่มีหน้าที่ จะต้องทำหน้าที่อยู่ในกรอบของกฏหมายเช่นกัน

"ประยุทธ์"ระบุลดระดับกฎอัยการศึกลงเยอะแล้ว

ประยุทธ์” ระบุลดระดับกฎอัยการศึกลงเยอะแล้ว เผย “น้องแหวน” เชื่อมโยงเหตุระเบิด ยันร่วมประชุมยูเอ็นเเน่ แจงการที่พูดว่าสหรัฐฯห้ามเข้าประเทศ แค่แหย่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆของรัฐบาลว่า ในที่ประชุมครม.ได้อธิบายชัดเจนว่า    1.ในส่วนของรัฐบาลที่มีรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลแต่ละฝ่าย งานในแต่ละเขตจังหวัด 2.ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ดูแลในฐานะรองหัวหน้าคสช. เพื่อเก็บรายละเอียดว่ามีปัญหาอย่างไร และนำเรียนนายกรัฐมนตรีและครม. นำไปแก้ไขในระดับนโยบายต่อไป 3.คณะกรรมการติดตามงานโดยมี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เดินเจาะงาน ข้างบนจะมีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (กขร.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบการทุจริต และคณะกรรมการประสานงานระดับกระทรวง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อถึง การใช้กฎอัยการศึกว่า วันนี้เราได้ลดการใช้ลงมาเยอะแล้ว ในเรื่องการดำเนินคดีที่ผ่านมาในช่วงแรกๆ ตอนนี้ตนได้สั่งการให้การดำเนินคดีใช้กฎหมายปกติ แม้ว่าจะใช้กำลังในลักษณะของการเข้าสืบสวนสอบสวน จับกุมทันที แต่เวลาส่งศาลจะให้ส่งไปดำเนินคดีในศาลปกติ จะใช้ศาลทหารน้อยที่สุด เว้นแต่คดีที่ร้ายแรง วันนี้อยากให้สบายใจ เราลดระดับทุกอย่าง ถ้ามันสงบเรียบร้อย ก็ลดระดับให้ได้ กำลังหามาตรการอื่นๆอยู่

เผย"น้องแหวน"เชื่อมโยงเหตุระเบิด

ส่วนกรณีของน.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ"น้องแหวน" พยาบาลอาสาผู้เป็นพยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามราชวรวิหารนั้น วันนี้ (17 มี.ค.) ทหารได้นำตัวส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งเกี่ยวพันกับคดีวางระเบิดด้วย 

"ไปดูซิ คือต้องฟังสองทางทั้งทางเจ้าหน้าที่ ฟังสื่อ และฟังผู้ที่มาร้องเรียนด้วย เรื่องคดีวัดปทุมวนารามฯก็ติดตามแล้วกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบอยู่ เขามีหลักฐานอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวคงค่อยๆปล่อย ทุกเรื่องถ้ามันแรงๆออกมาโอเคมันดูดี แต่มันทำให้สับสนอลหม่านไปหมด ค่อยๆปล่อยไป นี่เป็นขั้นตอนการดำเนินการของเรา ซึ่งนโยบายของรัฐบาลไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนช่วยกัน"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะหัวหน้าคสช. การเชิญตัวบุคคลเข้าไปพูดคุยจะออกประกาศหรือเชิญเป็นการภายใน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่ๆ บางทีเป็นการเรียกไปคุย ไม่ได้เป็นการเชิญตัว เพียงเรียกไปคุยแต่ไม่ได้ไปจับกุมอะไรทั้งสิ้น แต่ไปเชิญที่บ้านให้ออกมาคุยกันหน่อยสิ เขาก็มา แต่ถ้าประกาศก็จะตื่นตระหนกกันไปหมด ก็ไม่อยากให้ประกาศ แต่จะเชิญมาแล้วปล่อยกลับไป ซึ่งเขาก็เข้าใจและให้ความร่วมมือ เป็นการพูดคุยกันไม่ได้ไปจับ ถ้าจับก็ต้องจับควบคุมตัวขัง และการเรียกไปคุยแต่ละครั้งทางกองทัพรู้หมด ต้องเป็นการสั่งการจากกองทัพ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเขาคุมทั้งหมด ไปถามแม่ทัพภาคที่ 1 ตนถามกลับไปมีหมด เพียงแต่เชิญมาบ้าง คุยกันบ้าง พอเจอกันคุยไปคุยมาปรากฏว่าเกี่ยวข้องมีหลักฐาน แบบนั้นก็ส่งดำเนินคดีแบบกรณีของหนูแหวน ก็ไปสู้คดีต่อไป หนูแหวน แขนอ่อนอะไรนั่น"

"ยืนยันว่าไม่มีการทำร้าย ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งไม่อยากทำ ทหารใจร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าใจร้ายคงไม่อยู่กันถึงวันนี้มั้ง ก็ทนๆกันไป ให้เวลาทำงานหน่อย กำลังปฏิรูป ถ้าปฏิรูปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมหมดแล้วจะปฏิรูปทำไม" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ย้ำสนช.-สปช.ปฏิรูป

เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าระหว่างการปฏิรูป ถ้านักการเมืองไม่เห็นด้วยก็ปล่อยไป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปต้องใช้ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรื่องการออกกฎหมาย และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่องการวางโครงสร้างปฏิรูปแต่ละเรื่อง ต้องแก้อย่างไร เพราะไม่ต้องการให้ปัญหาเก่าออกมาอีก ฉะนั้นทุกคนต้องยอมรับว่าปัญหาเก่าคืออะไร การทุจริตใช่หรือไม่ การบริหารราชการมีปัญหาใช่หรือไม่ การใช้งบประมาณไม่ทั่วถึงใช่หรือไม่ เรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง คนเกิดความขัดแย้ง แบ่งเป็นพวกเป็นฝ่าย ทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองดีทั้งคู่ เพราะเป็นประชาธิปไตย ซึ่งวันนี้เราก็เป็นประชาธิปไตย 90 % เพียงแต่มีตัวนี้ไว้กันคนไม่ดีเท่านั้น ถ้าไม่มีตัวนี้คนไม่ดีมันก็ทำแบบเดิม ถ้ามันดีทั้งหมด ยอมรับกันทั้งหมด ร่วมมือกันทั้งหมด เปลี่ยนผ่านไปสักกี่ปี รัฐบาลหน้าเป็นไปได้ไหม ถ้าได้ก็จบ ปฏิรูปก็เสร็จใช่ไหม มันทำปีเดียวตนจะทำอะไรเสร็จ แก้ปัญหาหมักหมมก็ทุกวันอยู่แล้ว ทำมาตลอด เดินหน้าก็ติด วันนี้ต้องแก้ของเก่าเดินของใหม่ วางอนาคตวันข้างหน้า ความยากง่ายอยู่ตรงนี้

"วันนี้เราต้องแก้กันรัฐธรรมนูญจะเอาอย่างไร ครม.ที่เข้ามาใหม่ควรจะต้องปรับปรุงตัวหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น วันนี้ถ้าเข้ามาประชาชนจะเชื่อมั่นหรือไม่ ถ้าเลือกตั้งแล้วจะเชื่อมั่นหมดหรือไม่ตอบซิ หรือไม่ดีก็ไม่เป็นไรจะได้เขียนข่าวเยอะๆ ให้บ้านเมืองวุ่นวายเยอะๆ ชอบหรือไง ผมอยากให้ไม่มีข่าว เดี๋ยวผมจะเลี้ยงดูเอง ดูแลนักข่าวเอง จะหางานให้ทำ จ้างเป็นแรงงานทำรางรถไฟ ปัดโธ่!เดี๋ยวมันดีขึ้นก็มีอาชีพเองแหละ ขออย่าให้เป็นความขัดแย้ง ถ้ายกอันนี้มาตีกับอันนี้มันก็ตีกันอยู่ดี ไอ้นี่ถามอย่าง ไอ้นี่ถามอีกอย่าง เดี๋ยวพอผมพูดผิดไปอย่าง ก็เอามาตีซ้ายขวา อย่างนี้ไม่เอา บ้านเมืองเสียหาย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ยันร่วมประชุมยูเอ็นเเน่ 

เมื่อถามว่า จะไปร่วมประชุมยูเอ็นเดือนก.ย.นี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชิญให้ผมเดินทางไปร่วมด้วย ก็ต้องไป สหรัฐอเมริกาไม่เคยห้ามเป็นทางการ เขาเคยพูดไว้ อันนี้เดี๋ยวไม่เข้าใจเอาผมไปรบอีก วันนั้นที่ไปประชุมเห็นทางสหรัฐฯนั่งอยู่เต็มก็เลยแหย่เขาเล่น ว่า ยูห้ามผมไปใช่ไหม เขาก็หัวเราะแหะๆ แล้วท่านมาค้าขายกับผม ผมเคยห้ามหรือไม่ เขาก็หัวเราะ ท่านตัดเสื้ออย่างนี้ได้ไหม เขาก็แฮปปี้หมด เขาก็รู้ เขาอยู่ แล้วสื่อมาเขียนให้เป็นประเด็นใหญ่โต ศักดิ์ศรีเกียรติยศของเรามีอยู่แล้ว และทุกคนก็ให้เกียรติเรา ถ้าไม่ให้เกียรติเขาคงไม่มาหรอก"

"จริงๆแล้วเขาเป็นแต่เพียงว่าต้องตรวจสอบหน่อย อะไรหน่อย เขาไม่ได้ถือว่าห้ามร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนั้นที่ผมพูดเพียงแหย่เขา บางคนบอกว่าผมเป็นนายกฯไม่ควรพูดแบบนั้น ต่อไปผมจะพูดแบบหน้างอทุกเรื่องอย่างเป็นทางการจะชอบหรือไม่ อันนี้ปกติ ผมเป็นปุถุชน ผมไม่มีอะไรปิดบังท่าน ผมไม่ต้องสร้างภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็นคนสุภาพ มีมาด เยอะแยะ ไม่จำเป็น" นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า กลายเป็นว่าคำแหย่ของนายกฯตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองบางคน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็ช่างเขาสิ ตนไม่สนใจอยู่แล้ว เขาทำอะไรได้ดีกว่าหรือเปล่าล่ะ นักการเมืองคนไหน วันนี้สื่อไล่บี้ถามตนก็ตอบสู้ทุกวัน เพราะจริงใจและไม่จำเป็นต้องระมัดระวัง เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ท่านไม่ใช่คนต่างประเทศ ท่านก็เป็นคนที่รักชาติบ้านเมืองเหมือนตน ตนคิดอย่างนี้ ฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง เป็นตัวของตัวเอง”

"เวลาผมไปต่างประเทศ เห็นไปพูดเล่นกับใครหรือไม่ มาดผมก็ดีเหมือนกันนะ เท่ไหม เหนื่อยเหมือนกันนะทำท่าเท่ๆ ผมอยากพูดแบบสบายๆ คนไทยต้องพูดกันภาษาไทยๆ แต่เวลาต่างชาติ ผมก็รักษามาดของประเทศไทย นั่นแหละผมก็ทำหน้าที่ของผม หรือท่านอยากได้แบบนั้นก็ไม่รู้ ก็ไปรอรัฐบาลหน้า" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้นายกฯมั่นใจทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่กลัวจะถูกถามเรื่องที่มาของนายกฯและสถานการณ์ในบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "เวลาไปต่างประเทศตนก็ตอบ กับเลขาธิการยูเอ็นตนก็ตอบ และอธิบายว่าเป็นอย่างไร ด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งเขาก็บอกว่าให้เร็วๆแล้วกัน ให้ลดแรงกดดันหน่อย เพราะมีแรงกดดันเยอะ ก็กำลังแก้อยู่ทั้งหมด ก็ขอเวลา กับเขา ซึ่งก็โอเค ไม่ต้องกลัว ทำเพื่อคนไทยกลัวทำไม"