"กัมปนาท"วอนสื่อช่วยนำพาประเทศเดินหน้า ลั่นไม่มีถอยหลัง ยันรัฐบาลจากรัฐประหาร ไม่มีเบี้ยวเหมือนอดีต ทำตามพันธะสัญญาตามโรดแมป
กองทัพภาคที่1 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 1 ร่วมสัมมนาในโครงการ สื่อมวลชนสัมพันธ์ ของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป โดยมีสื่อมวลชนจำนวน 250 คนจากพื้นที่ภาคกลาง
พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายที่เกี่ยวกับสื่อ 2 หัวข้อหลัก ได้แก่การสร้างความเข้าใจกับสื่อ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และ สามารถถ่ายทอดให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างชัดเจน และการควบคุมสื่อซึ่งหัวหน้า คสช. ต้องการให้สื่อดูแลกันเอง อยู่ในกรอบจริยธรรมที่ดีงาม
"หัวหน้าคสช.นั้น ไม่ปรารถนาที่จะใช้อำนาจกับสื่อ จึงจัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ขึ้น เพื่อพูดคุยและเข้ามาทำความเข้าใจร่วมกัน ในการที่คสช.จะต้องเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมการบริหารประเทศ และขอให้สื่อช่วยกันสร้างบรรยากาศความปรองดองให้เกิดขึ้น สื่อที่ร่วมงานมาจาก 26 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ก็ขอให้ร่วมมือกัน หากมีปัญหาอะไรให้แจ้งเข้ามา เพื่อช่วยแก้ปัญหาไป ส่วนตัวให้เกียรติสื่อมวลชนมาตลอด หากมีข้อสงสัยใดๆสามารถสอบถามได้ ประเทศเดินหน้ามาแล้ว ไม่มีการถอยหลัง ขอให้ช่วยกันก้าวไปข้างหน้าในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านนี้"พล.ท.กัมปนาท ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นสื่อที่เข้าร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็นทั้งในเรื่องงานของรัฐบาลและ คสช.ในภาพใหญ่ และปัญหาข้อติดขัดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะผู้จัดรายการของสถานีวิทยุชุมชน และสถานีวิทยุในสังกัดหน่วยงานอื่นที่ถูกระงับการออกอากาศตั้งแต่หลังการรัฐประหารเป็นต้นมาหลายสถานี เพื่อรอการจัดระเบียบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ทั้งนี้ พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดระเบียบอยู่เพื่อไม่ให้มีการเบียดคลื่นสัญญาณกัน และไม่ให้เสาสูงจนรบกวนคลื่นวิทยุการบิน ตอนนี้กำลังแก้ไขปัญหากันอยู่โดย กสทช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ต้องเร่งทำเพราะเดือดร้อนกันหลายส่วน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเป็นห่วงคือ หน่วยงานใดมีหน้าที่ทำแต่ไม่ทำ มีอะไรก็เรียกให้ทหารไปจับหมด ทั้งที่ทหารก็งานล้นมือมาก
"ประเทศไทยมีผู้รับผิดชอบกฎหมาย แต่ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อบังคับใช้ไม้ได้ ก็ใช้กำลังกระทืบเจ้าหน้าที่อย่างในอดีต แล้วก็ปล่อยๆกันไป ขนาดตอนนี้มีกฎอัยการศึกยังไม่กลัวกันเลย ถือว่าใช้ยาแรงสุดแล้ว ต่อไปคงใช้อะไรที่แรงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มีอะไรขึ้นก็เตรียมตัวตายกันอย่างเดียว" พล.ท.กัมปนาท กล่าว
พล.ท.กัมปนาท กล่าวอีกว่า ในเรื่องการจัดทำโรดแมปของรัฐบาล และ คสช.ก็เพื่อเตรียมงานวางรากฐานให้ประเทศ และเมื่อถึงเวลาก็จะไม่มีปัญหา เพราะมีพันธะสัญญา ไม่ใช่เบี้ยวเหมือนที่เกิดกันมาในอดีต แต่ที่ห่วงคือมีรัฐบาลใหม่มาก็จะนำที่เราวางเอาไว้ไปทำ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเดินมาถึงฉบับที่ 11 แล้ว แต่ไม่เคยมีใครเดินตามแผนเลย รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ยึดถือ ใช้นโยบายของพรรคมาทำแล้วก็ไป แผนพัฒนาฯ จึงเป็นแค่แผนที่เขียนไว้ในกระดาษเท่านั้น รัฐบาลนี้จึงพยายามทำแผนไว้ให้เป็นรากฐานคือ การทำมาสเตอร์แพลนแผนบริหารจัดการน้ำและหลายๆ เรื่อง


