รองผบ.ตร.เรียกประชุม 50 หน่วยงานบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. (ปป2) ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ได้เรียกทุกฝ่ายประชุมเพื่อ กำชับสั่งการและมอบนโยบายเกี่ยวกับมาตรการและการบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ตลอดจนแสดงผลการปรามปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
พล.ต.อ.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า วันนี้(17 มี.ค)เป็นการประชุมและระดม 50 หน่วยงาน ในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับพรบ.เครื่องดื่มแอลกฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งกฎหมายนี้จะต้องใช้บังคับอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเวลาปกติ และในอีก 20 วันข้างหน้าที่จะถึงเทศกาลสงกรานต์
“ในช่วงปีที่ผ่านๆมามีตัวเลขที่น่าสนใจคือประเทศไทยมีการดื่มสุรา โดยเฉพาะสุรากลั่นอันดับ 5 ของโลก ตรงนี้ทำให้ก่ออาชญากรรม ความรุนแรงในการทำร้ายร่างกาย ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตีวงสุราอย่างเข้มงวด ส่วนที่ 2 คืออุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งประเทศไทยติดอัน 1 ใน 3 ของโลก และมีการพบว่าตัวเลขอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 37% ของความสูญเสีย เกิดจากสาเหตุหลักคือความเมา” พล.ต.อ.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าว
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จะเน้นการใช้บังคับใช้กฎหมาย และต่อไปนี้จะให้ความสะดวก แต่จะเข้มงวดพวกที่ฝ่าฝืนกฏหมายในเรื่องพรบ.เครื่องดื่มแอลกฮอล์ โดยเน้นว่าก่อนที่จะดื่ม จะมีการเน้นหนักในเรื่องของการขายแอลกฮอล์ข้างทาง สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ท่าเรือโดยสาร บนเรือสาธารณะ รวมทั้งพื้นที่กำกับดูแลที่ใช้ประโยชน์ในทางราชการ ในส่วนนี้มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีการสั่งห้ามขายในวันสำคัญทางศาสนาเด็ดขาย แต่มีการอนุญาตให้ขายได้เฉพาะในร้านค้าปลอดอากรภายในสนามบินนานาชาติเท่านั้น อาทิ ท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย
พล.ต.อ.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนนี้จะเข้มงวดในเรื่องของอัตราโทษเมาแล้วขับ ถ้าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 พันถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตในการขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าเกิดเมาแล้วขับทำให้คู่กรณีบาดเจ็บ อัตราโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาท และพักใช้ใบอนุญาตในการขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าเกิดเมาแล้วขับทำให้คู่กรณีเสียชีวิต อัตราโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 6 หมื่นถึง 2 แสนบาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ โดยในช่วงที่จะเริ่มเข้าเทศกาลสงกรานต์ จะมีการตั้งด่านเคลื่อนที่ แต่จะไม่กระทบกระเทือนต่อพี่น้องประชาชน โดยจะมีการสั่งห้ามไม่ให้รถกระบะที่บรรทุกคนเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ดื่มสุรา ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร หากเจ้าหน้าที่พบเห็นจะมีการดำเนินการจับกุมทันที
สำหรับในปีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตั้งเป้าการลดอุบัติเหตุโดยใช้หลักของความสมดุลในการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากพื้นที่ใดเคยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมาก ก็ให้มีการดูแลพื้นที่นั้นเป็นพิเศษ พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้





