วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยงยุทธ'เผยสั่งสอบ'หมอณรงค์'ไม่ร่วมมือรมว.สธ.

"ยงยุทธ"เผยสั่งสอบ"หมอณรงค์"เรื่องไม่ให้ความร่วมมือรมว.สธ. ระบุคกก.สอบมี 3-4 คนอยู่นอกวงการสาธารณสุข รู้ผลให้เร็วสุด

ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จ?จริง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการมาหลายวันแล้ว โดยมี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์? เป็นประธาน และคณะกรรมการสอบสวนอีก 3-4 คน จากนอกวงการสาธารณสุข สำหรับประเด็นในการสอบสวน? เป็นการสอบสวนในเรื่องการทำงานที่ไม่ลงรอยกัน เรื่องไม่ให้การร่วมมือทำตามนโยบายของรัฐมนตรี รวมถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลต่างๆที่ นพ.ณงรค์ ได้กล่าวหาด้วย เพื่อให้มีความแน่ชัด ?เมื่อทราบผลแล้วจะดำเนินการตัดสินใจอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของคณะกรรมกรรมสอบสวน

ต่อข้อถามว่า เรื่องไม่ชอบมาพากลนั้น หมายถึงคณะกรรมการจะสอบสวน?ไปถึงเรื่องของการบริหารโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ บัตรทอง ด้วยหรือไม่ ศ.ดร.ยงยุทธ? กล่าวว่า มิได้ แต่เป็นการสอบในสิ่งที่ นพ.ณรงค์? พูด ส่วนคณะกรรมการฯจะสอบหรือไม่ อย่างไรอยู่ที่การพิจารณา

"ยืนยันว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการประจำ แต่เป็นเรื่องที่ต้องสอบสวน เพราะปลัดเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นต้องให้ความร่วมมือในการทำงาน ส่วนระยะเวลาในการสอบสวนได้กำชับว่า ให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่จะเร่งรัดคณะกรรมการมากก็ไม่ได้"ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนัดแต่งดำของบุคลากรสาธารณสุขตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ได้มีการพร้อมใจขึ้นป้ายเพื่อให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. อาทิ โรงพยาบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี โรงพยาบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ โรงพยาบาลแพร่ จ.แพร่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ซึ่งได้มีการโพสภาพในเฟชบุ๊ค “เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข” ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาป้ายเพื่อให้กำลังใจปลัดสธ.นั้นเช่น "เราจะสานต่องานและเป็นกำลังใจให้ท่านนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์” “ถ้าประเทศไทยไม่มีธรรมาภิบาล ข้าราชการและประชาชนจะอยู่อย่างไร” เป็นต้น

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ที่ปรึกษาสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป(สพศท.) กล่าวว่า ขณะนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศเริ่มมีการแต่งชุดดำและขึ้นป้ายกันแล้ว และในส่วนของโรงพยาบาลสุรินทร์ ที่ตนทำงานอยู่นั้น จะขึ้นป้ายในช่วงบ่าย โดยการแต่งชุดดำนั้นเพื่อไว้อาลัยที่กระทรวงสาธารณสุขไม่มีธรรมาภิบาล และไว้อาลัยในตัวของ รมว.สาธารณสุขและรมช.สาธารณสุข ที่ทั้ง 2 ได้ตายไปจากหัวใจชาวสาธารณสุขแล้ว ที่ทำแบบนี้กับชาวสาธารณสุข อย่างไรก็ตามสำหรับการร่างหนังสือเพื่อยืนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้นยังติดอยู่ที่เนื้อหา แต่ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถยื่นหนังสือได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ทางประชาคมสาธารณสุขก็ยังขอรอดูท่าทีการไปทำงานวันแรกของปลัดสธ. ที่สำนักนายกรัฐมนตรีก่อนว่าเป็นอย่างไร ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วมีงานให้ทำหรือไม่ เนื่องจากพวกเราทุกคนเคารพในตัวของนายก และอยากให้นายกฯสนใจในปัญหาของพวกเราบ้าง

นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ที่ โรงพยาบาลเริ่มมีการแต่งชุดดำมาทำงานกันแล้ว และจะแต่งดำจนถึงวันที่ 31 มี.ค. โดยการแต่ดำจะเป็นการแต่งตามความสมัครใจ และนอกจากการแต่งชุดดำแล้วที่โรงพยาบาลยังมีการขึ้นป้ายใน 2 เรื่อง คือ ธรรมาภิบาล และเรื่องสนับสนุนการทำงานของปลัดสธ. ซึ่งเป็นในแนวทางที่เหมือนกันทั้งประเทศ แต่เมื่อครบกำหนดแต่งดำแล้วจะดำเนินการเรื่องใดต่อไปนั้น ชาวสาธารณสุขต้องมาหารือกันก่อนเพื่อทำพร้อมๆกันทั้งประเทศ เนื่องจากพวกเราต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเรามีเอกภาพ ไม่ใช่เป็นความต้องการของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นความต้องการของชาวสาธารณสุขทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะรักษาการปลัดสธ. เพื่อสอบถามถึงการเตรียมพร้อมกรณีการขึ้นป้ายและแต่งดำ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ด้านนพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) สัดส่วนผู้แทนองค์กรเอกชนด้านผู้สูงอายุ เปิดเผยถึงกรณีป.ป.ท.ตรวจสอบ สปสช.ตามข้อร้องเรียนต่างๆ อาทิ การเอื้อประโยชน์พวกพ้อง การจ่ายเบี้ยประชุมจำนวนมาก และการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคไม่มีประสิทธิภาพ ว่า เกิดคำถามว่า ป.ป.ท. มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ สปสช. หรือไม่ เพราะสปสช. ถูกตรวจสอบโดยตรงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อยู่แล้ว จึงอยากฝากถามว่า ป.ป.ท.มีหน้าที่ตรงนี้ เพื่อให้ชัดเจน เพราะอย่างไรเสีย โดยกรรมการสปสช. ยินดีให้ตรวจสอบหมด เพราะมีระเบียบรองรับ และทำงานมีขั้นตอน ตรวจสอบได้ เห็นได้จากที่ผ่านมา สตง.ได้มีการตรวจสอบทุกปี และได้เคยทักท้วงสปสช. กรณีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ที่ทำหน้าที่เป็นสปสช. สาขา ว่าอาจมีการดำเนินการที่ผิดระเบียบหรือไม่ ซึ่งตรงนี้สปสช.มีการชี้แจงแล้วว่า เป็นที่ความเข้าใจในเรื่องคำนิยามเงื่อนไขการใช้งบประมาณที่อาจแตกต่างกัน ซึ่งสตง.ก็รับทราบ

ต่อกรณีมีข้อร้องเรียนว่า บอร์ดสปสช.มีการดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อน เป็นทั้งกรรมการในบอร์ดหลัก และยังเป็นอนุกรรมการย่อยอีก นพ.วิชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ดำเนินการได้ และทุกบอร์ดของทุกที่ก็จะมีคณะอนุกรรมการ เพื่อทำงานเฉพาะ และในอนุกรรมการก็จะมีกรรมการในบอร์ดหลักมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ไปสอบถามกระทรวงไหนก็มีทั้งนั้น ส่วนที่ว่าบอร์ดมักเลือกกรรมการหน้าเดิมๆ นั้น ตนต้องบอกว่าการเลือกกรรมการล้วนเป็นดุลยพินิจของบอร์ดแต่ละท่าน เพราะกรรมการก็จะมีทั้งกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการโดยการเลือกอีก

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าจะมีการหารือกันในบอร์ดสปสช.หรือไม่ว่า หากผลการตรวจสอบจากป.ป.ท.แล้วเสร็จ จะมีการร้องเรียนข้อหาที่ดูไม่มีน้ำหนักหรือไม่ นพ.วิชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของบอร์ดในการพิจารณา

"ผมว่าเรื่องการตรวจสอบก็ให้เป็นไปตามระบบ ทั้งในส่วนป.ป.ท. สอบสปสช. หรือแม้แต่คณะกรรมการที่รองนายกรัฐมนตรี ตั้งมาตรวจสอบ นพ.ณรงค์ ซึ่งผมมองว่า การย้ายปลัดสธ.ไปทำงานที่สำนักนายกฯ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรทำมานานแล้ว เพราะเราต้องยอมรับว่า ปัญหาที่ผ่านมาก็มาจากนพ.ณรงค์ ที่ไม่ยอมเดินหน้าตามนโยบายรัฐมนตรี และยังมีการดำเนินการที่ทำให้การทำงานต่างๆล่าช้า ยกตัวอย่างชัดเจนสุด คือ การออกหนังสือส่งมอบหน้าที่การขึ้นทะเบียนสิทธิ 30 บาทคืนให้สปสช. ทั้งๆที่โรงพยาบาลทั้งหมดทำมาตลอด สิ่งเหล่านี้หากปล่อยไว้ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน สุดท้ายก็ต้องมาหารือและตกลงกันจนให้ดำเนินการตามเดิม ถามว่าเสียเวลาหรือไม่ แทนที่จะเอาเวลาไปเดินหน้างานอื่นๆ" นพ.วิชัย กล่าว