"หมอรัชตะ"ลั่นปัญหา"นพ.ณรงค์"ปลัดสธ.ไม่สนองนโยบายถึงย้าย ขอให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ด้านรัฐฐาลเชื่อหลังแจงสาธารณชนปัญหายุติ
นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีบุคลากรสาธารณสุขมารวมตัวกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้นพ.ณรงค์ ว่า ในเรื่องของการย้าย เป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องการทำงานกันต่อนั้น เรามุ่งหวังให้กระทรวงเดินหน้า รีบทำงานสนองนโยบายของรัฐบาลของกระทรวงให้เต็มที่ เพราะเวลาของรัฐบาลไม่ได้มีมาก ก็ต้องช่วยกันทำงาน
อย่างไรก็ตาม จริงๆอยากให้ยุติการเคลื่อนไหวมาช่วยกันทำงาน มองไปข้างหน้า ยังมีภารกิจสำคัญ ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลหรือไม่ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการขับเคลื่อนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.) โดยเฉพาะการสนองนโยบายอย่างเต็มที่ มันมีภาพของความไม่สมานฉันท์ ความไม่มีเอกภาพเกิดขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ต้องมีการสอบข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าถ้าบุคคลใหม่ หรือปลัดใหม่มาทำงานจะต้องเข้ากับฝ่ายการเมืองหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะลงเอยเช่นนี้ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ไม่คิดเช่นนั้น ทุกอย่างจะไปในทางที่ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามกรณีปลัดสธ.ยืนยันว่าที่ผ่านมาปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องเขตสุขภาพ แต่กลับถูกย้ายด้วยเหตุผลดังกล่าว นพ.รัชตะ กล่าวว่า เขตสุขภาพก็ดำเนินต่อไป ส่วนเรื่องไม่สนองนโยบายเหตุผล เพราะอะไรก็ขอให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานมอบรางวัลคนดีศรีอนามัย ที่กรมอนามัย นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในงานว่า ขอให้กำลังใจนพ.รัชตะ และยืนยันว่าจะทำความดีต่อไป ไม่ทำให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.ผิดหวัง
เผย"หมอณรงค์"สุภาพบุรุษ เชื่อหลังแจงสาธารณชนปัญหายุติ
ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการโยกย้ายนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ในข้อเท็จจริงทั้งนพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.ณรงค์ เป็นคนดีทั้งคู่เพียงแต่แนวคิดในกานทำงานยังไม่ลงตัว ทำให้การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลซึ่งมีเวลาไม่นานนักทำให้ภารกิจทำได้ไม่เต็มที่และไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ยืนยันได้ว่าทั้งสองคนเป็นคนดี อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้นโยบายไว้ว่าให้ไปหาจุดลงตัวให้ได้โดยการไปพูดคุย ปรับวิธีการทำงานซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควรประมาณ 7 เดือนก็ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ และนพ.ณรงค์ก็ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยพูดไว้กับนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งพูดกับนายกฯ ด้วยตนเองว่ายินดีถ้าเห็นว่าการทำงานยังไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ก็ขอให้โยกตัวท่านเองออกมาจากจุดความขัดแย้งจะได้สามารถดำเนินงานต่อไปได้ถือว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษ เป็นสุภาพชนของนพ.ณรงค์อีกทั้งปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองและเข้าใจบทบาท ภารกิจหน้าที่ของรัฐบาลเป็นอย่างดี วันนี้ต้องขอบคุณนพ.ณรงค์ที่ทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย
"และการที่นพ.ณรงค์มาอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี นายกฯ ได้มีการมอบหมายภารกิจที่ชัดเจนแล้ว โดยวันเดียวกันนี้นพ.ณรงค์จะเข้ามารายงานตัวรองฯยงยุทธ อีกทั้งสิทธิต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ยังคงได้สิทธิเช่นเดิม จึงถามว่าเรื่องนี้น่าจะจบบนพื้นฐานการเป็นสุภาพบุรุษที่มีความเข้าใจสถานการณ์ต่างและได้ปวารณาตัวเอง" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
เมื่อถามว่าแต่ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวกดดันจากกลุ่มแพทย์ต่างๆ เพื่อให้มีการปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทน พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นแรงกด คิดว่าเมื่อมีข่าวการดึงนพ.ณรงค์มาอยู่ที่สำนักนายกฯ จึงเป็นปกติที่จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อได้มีการชี้แจงแล้วว่านพ.ณรงค์เป็นผู้ปวารณาตัวเอง เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับกลุ่มคนที่มีความคิดเดียวกันได้ และสามารถเดินหน้าการทำงานต่อไปได้โดยไม่สะดุด และปกติหลักการบริหารราชการหากผู้บังคับบัญชายังหาจุดลงตัวกันไม่ได้ในการปฏิบัติงานก็ต้องยึดที่ตัวผู้บัญชาเป็นหลัก นั่นคือตัวรัฐมนตรีและการที่นพ.ณรงค์ออกมาจากพื้นที่คณะกรรมการตรวจสอบก็จะได้เข้าไปทำงานถือเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมการจะได้ทำงานอย่างเต็มที่และตัวนพ.ณรงค์เองก็จะได้ไม่ถูกครหา ส่วนที่ทีมที่ปรึกษาของนพ.รัชตะบางคนลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวนั้นก็ไม่เป็นไร ถือเป็นแนวความคิดของแต่และคน แต่หลักการคือต้องรับนโยบายของรัฐบาลเพื่อไปขับเคลื่อนงานต่อไปได้ทุกอย่างน่าจะจบ อีกทั้งรัฐบาลก็ไม่ได้ตั้งคนนอกเข้าไป แต่มอบหมายให้รองปลัดฯ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน และเท่าที่ฟังนพ.ณรงค์เองก็ให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาลจึงเชื่อว่ากระแสกดดันต่างๆ น่าจะหมดไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขจะกระทบต่อการบริหารจัดการภายในกระทรวงหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อาจจะมีสถานการณ์บ้าง แต่ถึงวันนี้เมื่อมีความชัดเจนจากนพ.ณรงค์แล้วสิ่งต่างๆ ก็น่าจะคลี่คลาย และไม่ใช่นายกฯ คนเดียวที่มั่นใจว่าปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่เมื่อทุกคนได้ฟังคำชี้แจงของนพ.ณรงค์ก็เกิดความมั่นใจร่วมกัน และไม่ได้หมายความว่านพ.ณรงค์มีความผิด ไม่คิดว่าจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้เกิดปัญหา เพราะถ้าคิดว่านพ.ณรงค์เองก็เป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวประเทศก็คงเดินต่อไม่ได้ เราต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเมือง เสียสละจึงขอวิงวอนไปยังกลุ่มที่สนับสนุนนพ.ณรงค์ให้เข้าใจสถานการณ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้รัฐบาลรับแรงกระแทกจากหลายเรื่อง นายกฯได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องใดบ้างเป็นพิเศษ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯ มีความเป็นห่วงโดยเฉพาะเรื่องความไม่เข้าใจ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ค่อยมีการปฏิรูปในทุกรูปแบบ ดังนั้นการจัดระบบต่างๆ ที่รัฐบาลพยายามทำไม่ว่าจะเป็น ระบบภาษี การจัดระเบียบสังคมหรือแม้แต่ด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การปฏิรูปทุกอย่างย่อมมีผู้ได้และผู้เสีย แต่ถ้าสังคมเข้าใจว่าการปฏิรูปทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมความเข้าใจก็น่าจะคลี่คลายมากขึ้นอย่างกรณีเรื่องของภาษีบ้านมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลถังแตกจึงพยายามที่จะรีดภาษีจากประชาขนซึ่งมันไม่ใช่ ทุกอย่างที่รัฐบาลทำนั้นเพื่ออนาคต
สมมติว่าได้ข้อยุติธรรมและประกาศใช้แล้วกว่าจะมีผลบังคับใช้ก็ประมาณปี 2560 รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ได้นำเงินมาใช้เองเป็นเพียงการวางระบบไว้เท่านั้น เพราะประเทศไทยมีรายได้จากภาษี 18 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่รายจ่ายมีมากทำให้เราต้องกู้เงินและเป็นสาเหตุที่จะจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล หรืออย่างกฎหมายการเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชารัฐบาลไม่ได้มุ่งที่จะเก็บภาษีอย่างเดียว แต่กำลังแก้ปัญหาทั้งระบบให้โรงเรียนสามารถมีการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ส่วนโรงเรวีนกวดวิชานั้นก็เป็นเรื่องเฉพาะของผู้ที่มีความพร้อมที่ต้องการที่จะเรียนเพิ่มเติมเท่านั้น





