“ธัมมชโย” อ้างป่วย ส่งทนายเลื่อนนัดให้ปากคำดีเอสไอ นัดใหม่ 26 มี.ค. ยอมรับกลุ่มลูกศิษย์รวมตัวตั้งกองทุนเยียวยาสหกรณ์
ย้ำไม่ใช่การคืนเงินบริจาค เพราะถูกนำไปใช้ก่อสร้างหมดแล้ว
นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเดินทางเข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนนัดเข้าให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามหมายเรียกของพระธัมมชโยจากวันนี้ (10 มี.ค.) ไปเป็นวันที่26มี.ค. เวลา10.00น.โดยระบุว่าพระธัมมชโยป่วยมีปัญหาเรื่องสุขภาพหลายโรคทั้งเบาหวานและความดัน นอกจากนี้นี้ยังต้องขอเวลารวบรวมเอกสารประกอบการให้ปากคำเกี่ยวกับการรับบริจาคเช็คจากนายศุภชัยศรีศุภอักษรอดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ที่มีจำนวนมากและเป็นเอกสารตั้งแต่ปี2552อาจต้องใช้เวลารวบรวม ที่สำคัญตัวเลขวงเงินจากการแถลงข่าวของดีเอสไอและนายศุภชัยไม่ตรงกันจึงต้องใช้เอกสารยืนยันอย่างไรก็ตามพระธัมมชโยยืนยันว่าไม่เคยเห็นจำนวนเงินและไม่เคยรับเช็คแม้แต่ใบเดียว เพราะเวลามีผู้มาบริจาคจะนำเช็คหรือเงืนใส่ซองหรือถุงถวาย จากนั้นฝ่ายการเงินของวัดเป็นผู้ดำเนินการนำเงินและเช็คทั้งหมดเข้าบัญชีทั้งในส่วนของบัญชีวัดและบัญชีส่วนตัวของพระ ในการเบิกถอนทั้งในบัญชีของวัดหรือบัญชีส่วนตัวของพระ ก็จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปดำเนินการแทน
“ขณะนี้วัดพระธรรมกายอยู่ระหว่างเจรจาเกี่ยวกับเงินที่ได้รับบริจาคจากสหกรณ์คลองจั่นฯที่มีจำนวนเงินไม่ตรงกัน จึงต้องนำเอกสารหลักฐานระหว่างสองฝ่ายมายืนยัน โดยวัดพระธรรมกายมีหลักฐานรับเช็คบริจาค13ฉบับ เป็นเงิน684ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในการเจรจาวัดพระธรรมกายไม่เคยตกลงว่าจะคืนเงินให้แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ที่มีแนวคิดจะจัดตั้งกองทุนรับบริจาคเงินมาเยียวยาสมาชิกสหกรณ์ฯ ยืนยันไม่ใช่การคืนเงินแต่เป็นการเยียวยาทั้งในส่วนสมาชิกสหกรณ์ พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย เนื่องจากเงินบริจาคทั้งหมดวัดพระธรรมกายนำไปก่อสร้างศาสนสถานจำนวนมากทั้งในพื้นที่ธรณีสงฆ์และที่ดินอื่น ๆ หลากหลายแต่เป็นการก่อสร้างเฉพาะในพื้นที่คลองหลวง ซึ่งการก่อสร้างมีมูลค่ามหาศาลทั้งนี้ทีมทนายพร้อมนำคณะสื่อมวลชนเข้าไปดูศาสนสถานที่ก่อสร้างจากเงินบริจาค”ทนายความกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพระธัมมชโยได้แสดงความเป็นห่วงสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่. ทนายความ ระบุว่าพระธัมมโยไม่ได้แสดงความเห็นหรือมอบหมายใดในเรื่องดังกล่าว การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นเรื่องของลูกศิษย์วัดไม่เกี่ยวกับพระ เมื่อถามย้ำว่าบัญชีเงินฝากของวัดธรรมการมีเงินคงเหลือเท่าไรเหตุใดจึงไม่นำเงินมาจ่ายเยียวยาให้สมาชิกสหกรณ์ ทนายความกล่าวว่า วัดไม่มีเงินเพราะได้นำไปก่อสร้างศาสนสถานจำนวนมาก อาคารแต่ละหลังมีมูลค่าเป็น1,000 ล้านบาท
ทางด้านพ.ต.ท.ปกรณ์สุชีวกุลหัวหน้าชุดติดตามเส้นทางการเงินวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า. พระธัมมชโยต้องเดินทางเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง เพราะเช็คหลายฉบับสั่งจ่ายเข้าบัญชีชื่อของพระธัมมชโยโดยตรง จึงไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาให้ปากคำแทนได้ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ดีเอสไอเรียกสอบนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก4บริษัท ประกอบด้วยบริษัทซีบีเค กรุ๊ป จำกัด,บริษัทไซ-แมกซ์ เทคโนโลยี จำกัด,บริษัท ทศยุทธ จำกัด,บริษัทที ไอ พี สตีล จำกัด.สำหรับพระมนตรี สุตาภาโส ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำในวันที่ 18 มี.ค.นั้น. จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะขอเลื่อนนัดเข้าให้ปากคำหรือไม่





