วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

เครือข่ายชาวพุทธจับตาสปช.ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาต่อ

สนพ.-องค์กรพุทธ-เครือข่ายชาวพุทธ ยุติเคลื่อนไหว สวดมนต์ใหญ่สนามหลวง12 มี.ค. แต่ยังคงจับตาบทบาทสปช.ในเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาต่อ

ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ มจร. ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้แถลงยุติบทบาทคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2558 นั้น

สนพ. องค์กรพุทธ และเครือข่ายชาวพุทธ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขออธิบายว่า พวกเรามีเหตุ มีผล ไม่ก้าวร้าวรุนแรง ไม่มีเบื้องหลัง ตรงไปตรงมา และยินดีรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย โดยขอให้รัฐบาลและประธานสปช. ร่วมเดินบนถนนแห่งการแก้ปัญหาร่วมกันเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงแม้แต่น้อย ซึ่งดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลแยกเรื่องการเมืองกับเรื่องศาสนาออกจากกันชัดเจน และไม่มีทางปฏิรูป หรือแก้ไขกฏหมายคณะสงฆ์ไทย โดยไม่ผ่านมหาเถรสมาคม(มส.) นี่คือคำยืนยันจากฝั่งรัฐบาล

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า ในนามสนพ. และเครือข่ายภาคีองค์กรพุทธทั้งในและต่างประเทศ จึงประกาศให้ทราบว่า พวกเราขอยุติการสวดมนต์หมู่ครั้งใหญ่ที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 12 มีนาคม 2558 นี้ เนื่องจากทางรัฐบาลและสปช. ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง คือให้ยุติบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปฯพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง ในขณะเดียวกัน พวกเราจะยังคงเฝ้าระวังและคอยติดตามสถานการณ์ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะประเมินผลร่วมกันเพื่อประเมินท่าทีของสนพ.และภาคีเครือข่าย พร้อมสงวนสิทธิ์ในการเฝ้าระวัง ปกป้อง พิทักษ์พระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็งและมั่นคง อีกทั้งขอนิมนต์สมาชิกเครือข่ายพระสงฆ์ทั่วประเทศอยู่ ณ ที่ตั้งตามคำอาราธนาของนายกรัฐมนตรี พร้อมขออนุโมทนาต่อท่านนายกรัฐมนตรี ที่เสียสละเวลาลงมาแก้ไขปัญหาคณะสงฆ์ด้วยความจริงใจ นอกจากนี้ขออนุโมทนาท่านวิษณุ และนายไพบูลย์ ที่จริงใจและตั้งใจในการแก้ไขปัญหา

“อาตมาขออโหสิกรรมต่อทุกคนทุกฝ่ายที่ได้ล่วงเกินต่อกัน บางท่านบางคนที่ล่วงเกินอาตมาด้วยกาย วาจา และใจ ทั้งเจตนาและไม่เจตนา อาตมาขอบอกว่า ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่อาฆาตพยาบาทจองเวร อาตมาขออโหสิกรรมให้กับทุกท่านทุกคน” ที่ปรึกษาสนพ.กล่าว

ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา กล่าวว่า สนพ.ขอออกแถลงการณ์ว่า สนพ.และเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ยังคงจับตาบทบาทสปช.ในเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา หากพบว่า มีการกระทำที่มีผลกระทบต่อพระธรรมวินัย คณะสงฆ์ องค์กรปกครองสูงสุด และพุทธบริษัท ขอสงวนสิทธิ์ที่จะออกมาเคลื่อนไหวยับยั้งการกระทำนั้นๆทันที รวมทั้งขอเรียกร้องให้สปช.เร่งผลักดันให้สนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เพื่อแก้ปัญหาการละเมิดพระธรรมวินัยและพ.ร.บ.คณะสงฆ์ และเร่งดำเนินการเสนอพ.ร.บ.ธนาคารพุทธ เพื่อแก้ปัญหาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และพระสงฆ์ตามที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง ที่สำคัญสนพ.ไม่เห็นด้วยที่จะจัดตั้งองค์กรใดองค์กรหนึ่งขึ้นมากำหนดกรอบคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่สังคมไทย ต่างไปจากคุณธรรม ศีลธรรมในพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ ที่รัฐรับรอง

ผศ.ดร.เสถียร กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและสปช.ว่า หากมีการปฏิรูปพระพุทธศาสนา ต้องมาจากความเห็นร่วมกัน ทั้งฝ่ายอาณาจักร และศาสนจักร ประกอบด้วย มส. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่งและองค์กรชาวพุทธ อย่างไรก็ตาม สนพ.และเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ขอเรียกร้องให้ชาวพุทธทั่วประเทศ ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพุทธอิสระ ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 44 ทวิและตรี เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของการข่มขู่ คุกคาม ใส่ร้าย ป้ายสี หมิ่นประมาทสมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และใส่ร้ายคณะสงฆ์ อันสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นต่อพระพุทธศาสนา หรือเรียกว่า สังฆเภท พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ผู้มี่อำนาจ ยุติการสนับสนุนพระสุวิทย์ ให้ละเมิดพระวินัย และกฏหมายบ้านเมืองเป็นอาจิณ โดยมีเจตนานำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ และสถาบันพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ขอให้พศ.ดำเนินการรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดพระวินัยร้ายแรงของพระสุวิทย์ ที่ส่อปาราชิก และใช้กฎหมายบ้านเมืองสนับสนุนข้อกล่าวหาการกระทำผิดด้วย อีกทั้งขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) จับกุมพระสุวิทย์ ตามหมายจับของศาลอาญาที่43/2557 ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ให้เป็นบรรทัดฐานการบังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกันตาทที่พระสุวิทย์ มักกล่าวอ้างอยู่เสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Psanitwong Wuttiwangso เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ทุกวันอาทิตย์ จะมีสาธุชนมาถวายปัจจัยมากมายหลวงพ่อท่านมานั่งเป็นประธานในพิธี แต่ไม่ได้ทราบหรอกว่า ใครถวายเท่าไหร่ เพราะมากันมาก ทั้งที่ถวายวัด และถวายส่วนตัวหลวงพ่อ เสร็จแล้วท่านก็ให้โอวาสให้พร โดยมีเจ้าหน้าที่นำไปคัดแยกและดำเนินการต่ออีกที นอกจากนี้วันเดียวกัน ยังได้มีการโพสต์อีกว่า ตัวอย่างสาธุชน ถวายที่ดินพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เป็นการส่วนตัว พร้อมแนบไฟล์วีดีโอที่เผยแพร่ผ่านเว็บยูทูปด้วย