สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ : สืบทอดอำนาจ คสช.? เพราะในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 279 มีคน"สปช-สนช."90 จาก 120 คน
เป็นเรื่องร้อนขึ้นมาทันทีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแถลงว่าในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมี"สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ" ขึ้นมา
ฟังชื่อองค์กรทีแรก อาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสานต่อเรื่องการปฏิรูปประเทศ ที่หลายคนกังวลว่าหลังจากมีรัฐบาลใหม่มา การปฏิรูปเรื่องต่างๆที่ยังค้างคาอยู่อาจไม่ได้รับการสานต่อ แต่เมื่อดูรายละเอียดบุคคลที่จะมาประกอบเป็น "สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ" ก็มีคำถามตามมาทันทีว่า น่าจะเป็น องค์กร "สืบทอดอำนาจ" มากกว่า "สืบทอดเจตนารมณ์การปฏิรูป" หรือไม่?
ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 279 กำหนดให้ "สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ"ประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 120 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจาก สปช. 60 คน จาก สนช. 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญการปฏิรูปด้านต่างๆอีก 30 คน
ย้ำ! 90 จาก 120 คนของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ มาจาก สปช. และ สนช. ซึ่งเป็นแม่น้ำ 2 สายใน 5 สายที่ก่อกำเนิดมาจากคสช.
ในขณะที่มีข้อเสนอให้แม่น้ำ 5 สายเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี ซึ่งไม่ได้รับการขานรับ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังเขียนกติกาที่ถูกมองว่าเป็นการ"ต่ออายุ" ให้ด้วย
แม้ว่าในส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนกำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว คือ "ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2 ปี" ซึ่งได้แก่ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น เจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง
แต่ดูเหมือนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะสามารถมาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป" ได้ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการตอบคำถามนักข่าวในประเด็นนี้ว่า "เข้าใจว่าสามารถเป็นได้"
นอกจาก "ที่มา" ที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยแล้ว "อำนาจ" ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะอำนาจที่จะผสานกับ "วุฒิสภา" ในการตรากฎหมายออกมาบังคับใช้
นั่นคือ หากสภาขับเคลื่อนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ. ก็ให้เสนอต่อวุฒิสภา หากวุฒิสภาไม่เห็นด้วยก็ตกไป แต่หากวุฒิสภาเห็นด้วยก็ส่งต่อให้สภาผู้แทนฯ และยังกำหนดไว้ด้วยว่าหากสภาผู้แทนฯไม่เห็นด้วย วุฒิสภามีสิทธิที่จะยืนยันร่าง พ.ร.บ.นั้นได้ โดยหากวุฒิสภายืนยันด้วยเสียงเกิน 2 ใน 3 ก็ให้ถือว่าร่าง พ.ร.บ.นั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
เป็นขั้นตอนการออกกฎหมายที่ "กลับหัวกลับหาง" กับปกติที่จะให้อำนาจสภาผู้แทนฯมากกว่าวุฒิสภา
ทั้งนี้นอกจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแล้ว ในร่างรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มี "คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ" ซึ่งมาจากทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ ไม่เกิน 15 คนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมติสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ "สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป" และ"คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปฯ" อยู่ในภาค 4 ของร่างรัฐธรรมนูญ คือ "การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง" ซึ่งก่อนหน้านี้มีการระบุว่า จะให้มีอายุ 5 ปี





