background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เว้นภาษี'บ้านหลังแรก-มรดก’

เว้นภาษี'บ้านหลังแรก-มรดก’

“ประยุทธ์”สั่งคลังทบทวนภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง หามาตรการยกเว้น เผย“บ้านหลังแรก-มรดก”อาจยกเว้น ยันเป็นกฎหมายจำเป็นจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ

แก้ปัญหาระยะยาวของประเทศ เผยด้าน“ปรีดิยาธร”คาดคลังเสนอครม.ใน 2 สัปดาห์ ยันเสียไม่มาก แม้กำหนดเพดานสูงสุด แต่ออกข้อยกเว้น ขณะ“สมหมาย”ยันเดินหน้าเพื่อปฏิรูปประเทศ ชี้กว่า 40 ประเทศทั่วโลกมีการจัดเก็บ


รัฐบาลเดินหน้าผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่จะมีการปรับอัตราภาษีจากร่างกฎหมายเดิม และเกณฑ์การลดหย่อน หลังจากมีสเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายว่าเป็นอัตราที่สูงเกินไป


รัฐบาลก่อนหน้านั้นพยายามผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ แม้ว่าจะมีการร่างกฎหมายออกมานาน ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเคยผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว แต่ไปติดอยู่ที่ขั้นตอนของรัฐสภา


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่ากระทรวงการคลังกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะขูดรีดภาษีจากประชาชน เพราะการดำเนินการดังกล่าวจะมีมาตรการยกเว้น เช่น กรณีบ้านหลังแรกหรือบ้านที่ได้รับมรดกตกทอดมา อาจจะไม่ต้องเสียภาษี


“ผมไม่ได้หมายความว่าจะไปรีดเลือด นี่ไง ความตรงกันข้าม สองอย่างนี้ มันเป็นเส้นขีดอย่างหนึ่งว่ารัฐต้องการเดินหน้าพัฒนาประเทศ แต่งบประมาณภาครัฐนั้นตกลงไปเรื่อยๆ สินค้า การส่งออก ไม่เข้มแข็ง ภาคการเกษตร ภาคเศรษฐกิจ มันไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้า วันนี้ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องแสดงพิษภัยของมันแล้ว ซึ่งเรากำลังแก้ตรงนี้อยู่และต้องใช้เวลา"


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าภาษีถือเป็นรายได้ของรัฐ บางคนเสนอยกเลิกจัดเก็บภาษีน้ำมัน แต่จะเอางบมาจากไหนในการพัฒนาประเทศ


"คุยกับปลัดกระทรวงการคลังแล้ว และเขาจะไปคุยกันต่อว่ามีมาตรการยกเว้นอะไรหรือไม่ ต้องฟังให้ทุกมิติ และผมกำลังให้ไปหารือว่า จะมีข้อยกเว้นไหม บ้านหลังแรกหรือหลังไหนไปว่ากันมา บางคนได้รับมรดกกลับมาแล้วยังไม่ได้ขาย ไม่อยากขาย ไม่อยากปรับปรุง ต้องเสียภาษีหรือเปล่า มันยกเว้นได้เยอะแยะไป ไม่ใช่คิดส่งเดชว่ารัฐเก็บภาษีอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


“ปรีดิยาธร”คาดเข้าครม.ใน2สัปดาห์
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบได้ในอีก2สัปดาห์ ซึ่งเมื่อที่ประชุมครม.เห็นชอบและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแล้วกฎหมายนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันทีแต่จะมีระยะเวลาเว้นการใช้กฎหมายประมาณ 2 ปีเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ“GISTDA”จัดทำแผนที่สำหรับการประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศทุกแปลงโดยใช้ดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศเข้ามาช่วย เพื่อให้มีแม่แบบในการตีราคาที่ดินที่ชัดเจนเป็นมาตรฐาน และใช้การประเมินราคาของกรมธนารักษ์เป็นเกณฑ์


ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์ในการยกเว้นและผ่อนปรนในการจ่ายภาษีที่ดินและภาษีที่อยู่อาศัย คาดว่าจะมีความชัดเจนเมื่อถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เช่น บ้านราคาไม่เกิน1ล้านบาทไม่เสียภาษี


ส่วนที่เข้าข่ายจะต้องเสียภาษีแม้จะมีเพดานสูงสุด เช่น ที่ดินสำหรับทำเกษตร เสียภาษี0.25%หรือบ้านจัดสรรที่ราคาไม่สูงเสียภาษี0.5%ของมูลค่า ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดแต่ในขั้นตอนการจัดเก็บจริงจะมีขั้นต่ำอยู่ด้วย เช่น เริ่มจัดเก็บภาษีที่อัตรา0.1%แต่ในส่วนที่จะต้องเสียภาษีในอัตราสูงจะเป็นที่ดินว่างเปล่า เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินที่ครอบครองไปใช้ประโยชน์หรือขายต่อให้คนอื่นไปใช้ประโยชน์ต่อไป
“รัฐมนตรีฯคลังเขาก็พยายามไปปรับลดลง ไม่ให้คนตกใจตอนนี้อัตราสูงสุดก็ลดลงมาครึ่งหนึ่งแล้วแต่เวลาเก็บจริงก็จะลดลงมาอีก ส่วนจะจัดเก็บที่เท่าไรนั้นอยู่ที่การพิจารณาของ ครม.ซึ่งคนทั่วไป ชาวบ้านธรรมดาก็จะเสียภาษีไม่เยอะ อาจจะต่ำกว่าค่าภาษีรถยนต์ประจำปีด้วยซ้ำไป” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว


รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่าการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำเป็นต้องมีการเริ่มต้นจัดเก็บในประเทศไทยเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด10 ปีที่ผ่านมาก็คืองบประมาณรายจ่ายภาครัฐสูงกว่ารายได้ที่ภาครัฐจัดเก็บได้ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งรายได้เข้ามาเพิ่มเพื่อทดแทนรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดีกว่าการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่จะกระทบกับการจับจ่ายของประชาชนมากกว่าซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครพูดเรื่องการพิจารณาปรับเพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ซึ่งถ้าเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็จะทดแทนรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐได้ระดับหนึ่ง


อย่างไรก็ตามกว่าจะเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า2ปี แต่การปรับอัตราการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก็ยังไม่พูดกันในตอนนี้เพราะอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มยังปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งเป็นสัญญาณว่าคนกลับมาใช้จ่ายและตัวเลขเหล่านี้คือตัวเลขจริงที่จับตามองตลอด


“ตัวเลขนี้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพราะเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในประเทศและถือเป็น60%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)”


คาดชงครม.อีก 2 สัปดาห์
ด้านนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังเร่งพิจารณารายละเอียดร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อสรุปและนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ โดยมีกำหนดระยะเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์


ประเด็นรายละเอียดที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ คือ เรื่องของเพดานและอัตราการจัดเก็บ รวมถึง แนวทางการลดหย่อน อย่างไรก็ดี ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้กำหนดกรอบเพดานการจัดเก็บภาษีดังกล่าวแล้วเหลือเพียงอัตราการจัดเก็บจริงที่ต้องพิจารณาโดยละเอียด รวมถึง แนวทางการลดหย่อน หลังจากที่หลายฝ่ายได้แสดงความเห็นที่หลากหลาย


"ขอเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อศึกษาในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ที่วัด มูลนิธิว่า จะมีการจัดเก็บหรือไม่ ที่เกษตร ที่ถนนตัดผ่านและไม่ตัดผ่าน เนื่องจาก เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ดังนั้น จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนเสนอเข้า ครม.ต่อไป”เขากล่าว


“สมหมาย”ย้ำต้องจัดเก็บแน่นอน
นายสมหมาย ยืนยันว่าจะเดินหน้าในการจัดเก็บภาษีนี้ เนื่องจากมองว่าเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงประเด็นนี้


“ยืนยันว่า จะต้องจัดเก็บอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ดูจากทั่วโลกมีกว่า 40 ประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีนี้ อย่าพูดว่า ทำไมเราซื้อบ้านต้องเสียภาษีบ้านตัวเอง ให้พิจารณาจากรถยนต์ทำไมเราซื้อแล้วต้องเสียภาษีก็ในทำนองเดียวกัน เพื่อพัฒนาประเทศ ถ้าไม่ทำเราจะเจริญเหมือนประเทศอื่นไหม เราต้องคิดแบบนี้ ฉะนั้น ถ้าผมยังอยู่ในตำแหน่งนี้ ผมยืนยันที่จะเดินหน้าการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินตัวนี้ เพราะถ้าเราไม่ทำ ประเทศจะได้รับการปฏิรูปได้อย่างไร”นายสมหมายกล่าว


ขณะนี้ กระทรวงการคลัง และ กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมมือกันในการปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง เพราะเมื่อกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ กระทรวงมหาดไทยก็จะต้องยกเลิกกฎหมายจำนวน 2 ฉบับ คือ กฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน และ กฎหมายบำรุงท้องที่


สำหรับอัตราเพดานในการจัดเก็บภาษีตามร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ กระทรวงการคลังกำหนดในเบื้องต้นจะจัดเก็บในอัตรา ดังนี้ 1.ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมนั้น จะจัดเก็บไม่เกิน 0.25% 2.ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยนั้น จะจัดเก็บไม่เกิน 0.5%ของราคาประเมิน 3.ที่ดินอื่นๆ เช่น ที่ดินเชิงพาณิชย์ จะจัดเก็บไม่เกิน 2% ของราคาประเมิน สำหรับที่ดินที่รกร้างว่างเปล่านั้น จะจัดเก็บไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน และจะเพิ่มอีก1เท่าในทุกๆ3ปี แต่ไม่เกิน 2%


เว้นภาษีสถานที่ราชการ-วัด-สถานทูต
ในร่างกฎหมายดังกล่าว เบื้องต้น ได้มีการกำหนดการยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับสถานที่ราชการ วัด สาธารณะสมบัติ ที่ดินยูเอ็น สถานทูต สภากาชาดไทย ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้หาประโยชน์ สุสาน และ ที่ดินเอกชนที่ใช้ในราชการ โดยการยกเว้นนี้จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ส่วนที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีเช่นกัน ส่วนที่เกิน1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จะเสียในอัตรา 0.1%และจะได้รับลดหย่อนให้เสีย50%ในปีแรก ส่วนปีที่2 เสียอัตรา 75% ปีที่3 เสียอัตรา 100%


ทั้งนี้ อัตราการจัดเก็บจริงนั้น จะพิจารณาบนพื้นฐานที่จะไม่สร้างภาระแก่ผู้มีทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายดังกล่าวและจะไม่แตกต่างจากการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายภาษีที่ดินและโรงเรือน และ ภาษีบำรุงท้องที่ในปัจจุบันมากนัก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ทำตารางเปรียบเทียบสำหรับอัตราที่จะจัดเก็บภายใต้ราคาที่ดินที่ประเมินรายแปลงใหม่กับอัตราการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายในปัจจุบันกับราคาประเมินที่ดินที่ใช้ในปี 2521-2524 เพื่อกำหนดอัตราการจัดเก็บจริงที่ใกล้เคียงกัน


นอกจากการกำหนดอัตราการจัดเก็บจริงจะไม่เป็นภาระที่แตกต่างจากการจัดเก็บภาษีในปัจจุบันมากนักแล้ว ในร่างกฎหมายยังกำหนดระยะเวลาในการยกเว้นการจัดเก็บภาษีดังกล่าวให้ 2 ปี จากนั้นในปีที่ 3-5 จะได้รับการปรับลดภาษีลงจากอัตราที่เสียจริง โดยปีแรกของการเสียภาษี จะเสียในอัตรา 50% ปีที่ 2 เสียในอัตรา 75% และปีที่ 3 ขึ้นไปจะเสียในอัตรา 100% ดังนั้น ผู้มีภาระภาษีตามกฎหมายดังกล่าว จะมีเวลาถึง 5 ปี กว่าจะเสียภาษีดังกล่าวเต็ม 100%