"วิษณุ"เผย 6 มี.ค.เชิญ4หน่วยงานชี้แจงปมธรรมกาย แจงรัฐบาลไร้อำนาจยุบคกก.ปฏิรูปศาสนาชุด"ไพบูลย์" ระบุเป็นหน้าที่ปธ.สปช.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารงานด้านกฎหมายภาครัฐระดับสูง รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณีออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายพร้อมพระลูกวัดให้ปากคำ ฐานมีชื่อในการรับเช็คจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่า เป็นหน้าที่ของดีเอสไอตามปกติ ทางรัฐบาลได้ชี้แจงตั้งแต่ต้นเรื่องที่คดีทุจริตสหกรณ์เดรดิตยูเนี่ยนฯ และติดตามการตรวจสอบและเชื่อมโยงว่าเงินได้โอนออกไปหาใครอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ และใครเป็นผู้รับ โดยให้ดีเอสไอ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ร่วมกันตรวจสอบ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เราจะตั้งข้อสังเกตไปที่การโอนเงินว่าโอนไปที่ใคร อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 มีนาคม เวลา 13.00 น. ตนได้เรียกหน่วยงานทั้ง 4 หน่วยงานมารายงานความคืบหน้าในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ได้มอบนโยบายแล้ว
นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกายและคณะสงฆ์ รัฐบาลมีแนวทางชัดเจนอยู่แล้ว ว่า 1.ตามที่มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกคณะกรรมปฏิรูปแนวทางและมาตราการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา โดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน ต้องขอชี้แจงว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นคนตั้งสปช.ขึ้นมา หลังจากนั้นประธานสปช.ก็ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา 18 คณะ ซึ่งสิ่งที่กำลังเป็นปัญหาในสังคมไม่ได้อยู่ที่ตัวกรรมาธิการ แต่อยู่ที่คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นมาภายหลังนอกเหนือจาก 18 คณะข้างต้น ดังนั้นรัฐบาลจึงยึดคณะกรรมการชุดนายไพบูลย์ไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นคนตั้ง ถ้าจะยุบหรือไม่ยุบต้องไปถามประธานสปช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้สปช.ทำอย่างอย่างเป็นอิสระ รัฐบาลจึงเข้าไปแทรกแซงไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือหากสปช.ส่งเรื่องเข้ามายันรัฐบาล เราจะทำอะไรต่อหรือไม่แบบนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง 2.รัฐบาลได้แยกระหว่างเรื่องศาสนากับบ้านเมืองออกจากกัน ประเด็นใดที่เป็นเรื่องศาสนา เช่นกรณีพระลิขิตว่ามีความหมายอย่างไร หรือปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพระธัมมชโยในทางสงฆ์จะทำได้หรือไม่
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ที่จะเป็นผู้วินิจฉัย ไม่ใช่รัฐบาล แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย เพราะรัฐบาลจะดำเนินการในส่วนของเรื่องในบ้านเมืองเท่านั้น เช่น เรื่องคดีความต่าง ๆ ขณะนี้อัยการกำลังตรวจสอบอยู่ หรือกรณีการทุจริตในเครดิตสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังดำเนินงานติดตามอยู่ ผิดไม่ผิดก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจะใช้หลักสามหลักในการดำเนินการ คือ หลักกฏหมาย หลักการให้ความเป็นธรรม และหลักการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุดวันนี่เราต้องตามเอาเงินคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯก่อน
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า 3.รัฐบาลต้องขอชี้แจงกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ว่าการที่จะปฏิรูปองค์การศาสนา ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป แต่เมื่อสุดท้ายมีข้อสรุปว่าจะต้องปฏิรูป เช่นสมมุติว่าต้องมีกฏหมายคณะสงฆ์ ในที่สุดก็ต้องส่งมาใช้รัฐบาลทำ และเรื่องใดก็ตามที่จะต้องแตะต้องคณะสงฆ์ รัฐบาลไม่มีทางที่จะทำเรื่องนี้โดยพลการ หากได้รับเรื่องมาจะต้องส่งเรื่องทุกอย่างไปให้มหาเถรสมาคม(มส.)พิจารณาอีกครั้ง เพราะถือเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดฝ่ายสงฆ์ จึงขอให้ไว้วางใจได้ว่าการดำเนินการใดของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ จะต้องผ่านมส.


