วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.มีมติลดขั้นตอนเบิกจ่ายงบ-เซ็นจัดซื้อจัดจ้าง

ครม.มีมติลดขั้นตอนเบิกจ่ายงบและเซ็นจัดซื้อจัดจ้าง ระบุคสช.-รัฐบาลตั้งคกก.เร่งงานแล้ว5ชุด ปัดข้าราชการเพลย์เซฟ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลและคสช.แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุดเพื่อติดตามและขับเคลื่อนงานของคสช.และรัฐบาลว่า มีทั้งหมด 5 ชุด คือ ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯเป็นประธาน ชุดผู้ประสานงานกระทรวง และคณะกรรมการบูรณาการระดับจังหวัด(กบจ.) ซึ่ง5 คณะช่วยกันขับเคลื่อนจนกระทั่งวันนี้การผูกพันงบประมาณวันนี้น่าจะยุติเสียงเล่าลือว่ารัฐบาลจ่ายเงินช้า

เมื่อถามว่า รวมถึงเสียงเล่าลือว่าข้าราชการทำงานแบบถนอมตัวแบบเพลย์เซฟหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ใช่เพลย์เซฟ แต่เพราะว่าสมัยก่อนเวลาโครงการลงไปในพื้นที่จะลงโครงการใหญ่ๆมูลค่าหลายสิบล้านบาท แต่วันนี้ต้องการเน้นคุณภาพของงานจึงเป็นงบประมาณย่อยไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อโครงการจึงไม่ได้รับความสนใจจากผู้รับเหมาเพราะได้กำไรน้อย จึงต้องทำเข้าใจกับพื้นที่ว่าได้กำไรน้อยแต่ได้กำไรนาน ก็ขอให้เห็นใจคนในพื้นที่บ้าง ฉะนั้นงานเล็กงานน้อยรับไปเถอะ ไม่เช่นนั้นก็ไปไม่รอดถ้าทุกคนหวังแต่ผลประโยชน์อย่างเดียว จึงมีการล็อคสเป็คและเป็นเรื่องของการเมือง

เมื่อถามว่า เกี่ยวหรือไม่ว่าข้าราชการกลัวการตรวจสอบจึงไม่กล้าลงนามโครงการจัดซื้อจัดจ้าง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นั่นคือที่ข่าวเขาว่ากัน แต่ในภาคของรัฐบาลเราไม่เชื่อว่าข้าราชการเป็นแบบนั้น เราเชื่อว่าทุกคนหวังดี แต่ที่มันล่าช้าเพราะงบประมาณเป็นกลุ่มย่อย เมื่อมีการปรับแก้ไขราคากลางเพราะราคาน้ำมันลดลง มีการลดขั้นตอนลง รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงสามารถอนุมัติได้ อะไรที่อยู่ในวงเงินที่เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีอนุมัติได้ก็อนุมัติได้เลย จึงทำให้ขั้นตอนต่างๆลดน้อยลง แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าการตั้งคณะกรรมการติดตามและเร่งรัดงานของคสช.และรัฐบาลถือว่าได้ผลและเป็นส่วนสำคัญให้งานเดินไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่าคณะกรรมการแต่ละชุดที่ตั้งมีการกำหนดบทลงโทษหรือไม่หากหน่วยงานใดไม่ทำงานตามที่กำหนด พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า มี แต่ไม่ได้มีการเขียนเอาไว้ เพราะส่วนไหนช้าก็จะมีการฟ้องให้คณะกรรมการทราบแล้วรายงานถึงหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งหมายรวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นระดับอบจ. อบต.ด้วย เพราะเมื่องบฯไปถึงท่านแล้วท่านไม่ดำเนินการท่านก็จะถูกรายงานให้หัวหน้าคสช.และนายกฯทราบ

ด้านร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการไปดูแลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ต่างๆอย่างใกล้ชิด รวมทั้งโครงการขนาดเล็กโดยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้การเบิกจ่ายโครงการในพื้นที่ต่างจังหวัดมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ต่างๆด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า สำนักงบประมาณได้มีการรายงานว่าจากเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณและเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆของรัฐบาลยังมีการเบิกจ่ายที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 47.4%แต่เบิกจ่ายได้ 42.6% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 4.8% จึงเสนอให้มีมาตรการที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดจะต้องกำกับดูแลให้หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นๆของรัฐและผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งดำเนินงานการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายโดยปรับลดระยะเวลาการดำเนินงานในขั้นตอนงบประมาณต่างๆได้แก่ 1.การปรับปรุงการดำเนินงานตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ2548 เช่น เร่งรัดให้ส่วนราชการจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยงานภูมิภาค ให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการ/ผู้ว่าราชการจังหวัดเปลี่ยนแปลงสถานที่ดำเนินการค่าที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง และให้อำนาจโอนงบประมาณไปสมทบฯได้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณทั้งหมด รวมสามารถลดระยะเวลาในการเบิกจ่ายได้ประมาณ 42วันทำการ

2.การปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณพ.ศ. 2534 เช่น ให้สำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหลังจากที่ ครม.มีการเห็นชอบโดยไม่ต้องการตรวจสอบความเหมาะสมของราคากลาง ให้ส่วนราชการเปลี่ยนแปลงสถานที่ดำเนินงานก่อสร้างที่ไม่ใช่สาระสำคัญได้โดยไม่ต้องขออนุมัติสำนักงบประมาณ เป็นต้น รวมสามารถลดระยะเวลาในการเบิกจ่ายได้ประมาณ40 วันทำการ

3.การปรับปรุงการปฏิบัติราชการและหลักเกณฑ์การปฏิบัติตามระเบียบฯของสำนักงบประมาณ ได้แก่ การพิจารณาเรื่องเสนอความคิดเห็นต่อ ครม./นายกรัฐมนตรี/สมาชิกรัฐสภาฯให้ลดระยะเวลาจาก 5วันทำการเป็น3วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 2 วันทำการ 2.การตอบข้อหารือทั่วไปของส่วนราชการฯ ให้ลดระยะเวลาจาก 5วันทำการเหลือ 3วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 2 วันทำการ

3.การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้ลดระยะเวลาจาก 5วันทำการเป็น 3วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 2 วันทำการ 4.การพิจารณาให้ความเห็นชอบอนุมัติงบประมาณรายจ่ายงบกลางให้ลดระยะเวลาจาก 5วันทำการเป็น 3วันทำการ

5.การพิจารณาอนุมัติเพิ่มค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได(ค่าK) ให้ลดระยะเวลาจาก 14 วันทำการเป็น 7 วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 7 วันทำการ 6.การพิจารณาความเหมาะสมของราคารายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ให้ลดระยะเวลาจาก 8 วันทำการเป็น5วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 3 วันทำการ

7.การพิจารณาอนุมัติโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ ให้ลดระยะเวลาจาก 8 วันทำการเป็น 5 วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 3 วันทำการ และการจัดสรรงบประมาณตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ให้ลดระยะเวลาจาก 3 วันทำการเป็น 1วันทำการ ลดระยะเวลาได้2 วันทำการ ลดระยะเวลาได้ 2 วันทำการ รวมสามารถลดระยะเวลาในการเบิกจ่ายได้ประมาณ 23 วันทำการทั้งนี้สำนักงบประมาณจะมีการส่งหนังสือเวียนเพื่อแจ้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นๆและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบและถือปฏิบัติต่อไปหลังจากที่ ครม.เห็นชอบแล้ว